วันที่ 4 ส.ค.69 เวลา 09.30 ,น.ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาคพิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” โดยมีพยานบุคคลและอดีตผู้ปฏิบัติงานเข้าร่วมเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก
นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ อดีตผู้สมัคร สว. เปิดเผยว่า ในวันเลือกตั้งรอบไขว้ มีการประกาศห้ามนำเอกสารเข้า แต่กลับพบผู้สมัครบางคนและทีมงานถือกระเป๋าหรือแฟ้มเข้าไปได้ รวมถึงมีพฤติกรรมลอกโพยแสดงตนอย่างชัดเจน เมื่อไปสอบถามผู้ใหญ่ในพื้นที่อย่าง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กลับได้คำตอบในลักษณะเลี่ยงความรับผิดชอบ
นอกจากนี้ นางศรินทร ยังระบุว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น สว. ชุดปัจจุบันหลายราย พบข้อมูลเข้าข่ายเป็นเท็จ เช่น อ้างเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย 10 ปี แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลจริง อ้างเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แต่พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ แม้ได้ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 แต่จนถึงปัจจุบันเรื่องยังคงเงียบหาย และบุคคลดังกล่าวก็ได้ดำรงตำแหน่ง สว. อยู่ในปัจจุบัน
พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการ กกต.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ ได้เปิดคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์วันเลือก สว. ระดับประเทศ (26 มิถุนายน 2567) จำนวน 3 คลิป ซึ่งปรากฏภาพ 1.เจ้าหน้าที่ประกาศห้ามนำเอกสารเข้า แต่แจ้งว่าจะมีการแจกใบ สว. 3 ฉบับใหม่ 2.เจ้าหน้าที่เดินตรวจและเก็บโพยจากผู้สมัครในห้องประชุม และ3.ภาพ ผอ.กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ นำโพยที่เก็บได้ใส่เต็มกระเป๋าพร้อมบันทึกเอกสาร แต่ผู้บริหาร กกต. กลับออกมาแถลงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พ.ต.อ.มนัส กล่าวว่า การฮั้วจะเกิดขึ้นไม่ได้หากเจ้าหน้าที่ไม่เห็นพ้องด้วย พร้อมอ้างถึงคำพูดของเลขาธิการ กกต. ที่เคยระบุว่ารู้เรื่องการวางแผนเอาไว้แล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 พร้อมตั้งข้อสังเกต 3 ประการเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากล ได้แก่ การจัดสถานที่เลือกที่ไม่เป็นความลับ, การใช้หมายเลขเดิมเปิดช่องให้วางแผนฮั้ว และการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาสอบผู้บังคับบัญชาเอง
"กกต. อย่าทำตัวเป็นศาล มีเหตุสงสัยต้องส่งฟ้องศาล ไม่ใช่ยกเรื่อง ที่บอกว่าคะแนนซ้ำจะเป็นจริงหรือไม่ ขอท้า กกต. ให้เปิดหีบลงคะแนนเพื่อพิสูจน์" — พ.ต.อ.มนัสกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร สว. ระบุว่า พบร่องรอยความไม่สุจริตหลายประการ เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือคนรับจ้างทวงหนี้มาสมัคร สว. โดยน่าสงสัยว่าใครเป็นผู้จ่ายค่าสมัคร 2,500 บาทให้ รวมถึงการใช้บุคคลคนเดียวลงนามรับรองผู้สมัครหลายคนในวันเดียวกัน
พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าวเน้นย้ำถึงปัญหาของโครงสร้าง กกต. ที่รวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้การไต่สวนจาก 77 จังหวัดล่าช้าอย่างมาก พร้อมฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตรวจสอบการทำงานของ ผอ.กกต.ระดับอำเภอ ที่มีระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงฐานข้อมูลกรมการปกครอง แต่กลับไม่ตรวจสอบการสมัครของคนในครอบครัวเดียวกัน
"ฝากถึง กกต. และรัฐบาลว่าอย่าฟ้องผม ที่ผมมาพูดในวันนี้ไม่ได้มาเพราะเป็นเครื่องมือของใคร ไม่เคยสังกัดพรรคการเมืองไหน ไม่แบ่งแยกว่าใครเป็นสีไหน แต่ที่มาวันนี้เพราะผม 'สีทนไม่ได้'" พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ กล่าว








