นักวิชาการ-ภาคประชาชน เปิดหน้าชี้พิรุธ กกต. ส่อช่วยพวกพ้องปมฮั้ว สว. จี้ทางรอดเดียวต้องส่งศาลฎีกาฟัน ย้ำหากอุ้มเจอ ม.157 แน่ ด้าน "ธีรภัทร์" ชงฝ่ายค้านเดินหน้าแก้ รธน. ให้ประชาชนเลือกตั้ง สว. โดยตรง
วันที่ 4 ส.ค.2569 เวลา 09.30 ,น.ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาคพิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” ต่อมาเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกันเปิดเผยข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมข้อเสนอแนะถึงทางออกของประเทศ โดยนายนันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า จากการออกมารณรงค์ให้ประชาชนร่วมสมัคร สว. เมื่อ 2 ปีก่อน พบข้อสงสัยและความไม่น่าไว้วางใจในการทำงานของ กกต. หลายประการ ทั้งการออกประกาศเปิดช่องให้ผู้ขาดคุณสมบัติลงสมัครได้ แต่กลับออกระเบียบเข้มงวดจำกัดสิทธิประชาชนในการแนะนำตัว จนกระทั่งศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนระเบียบดังกล่าวเนื่องจากขัดต่อกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบการเร่งรีบเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้ง และการยกเลิกการเลือกในระดับอำเภอที่มีผู้สมัครคนเดียว ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่แน่นอนในแต่ละพื้นที่ ดังนั้น เพื่อเป็นการพิสูจน์ความสุจริต กกต. ต้องสั่งฟ้องและส่งเรื่องของ สว. ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ศาลพิจารณา
ด้าน นายมุนินทร์ พงศาปาน นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า แม้ระบบการสรรหา สว. จะมีความซับซ้อน แต่หลักการของ กกต. คือต้องควบคุมกระบวนการให้สุจริตและเที่ยงธรรม ตามกฎหมายแล้ว หากพบ "พยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต" แม้เพียงชิ้นเดียว กกต. ก็มีหน้าที่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย แต่ปัจจุบันกลับมีพยานหลักฐานทั้งบุคคลและเอกสารนับร้อยนับพันชิ้น
"กกต. ไม่มีหน้าที่มาวินิจฉัยชี้ขาดว่าใครผิดจริงหรือไม่ หน้าที่นั้นเป็นของศาลฎีกา ตนไม่เข้าใจว่าทำไม กกต. ต้องเอาตัวเองมารับคมหอกคมดาบแทน การตั้งอนุกรรมการขึ้นมาซ้ำซ้อนหลายชุดนอกจากชุดที่ 16 ถือเป็นสิ่งผิดปกติและสุ่มเสี่ยงต่อการช่วยให้ผู้กระทำผิดพ้นโทษ หาก กกต. ไม่ส่งเรื่องให้ศาล อาจเข้าข่ายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 62" นายมุนินทร์ กล่าว
ขณะที่ นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ และอดีตกรรมการปฏิรูปประเทศ ชี้ว่า กระบวนการฮั้ว สว. เป็นระบบจัดตั้งระดับประเทศที่สะท้อนถึงการไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากมีนักการเมืองผู้มีอำนาจคอยคุ้มหัว จนกลายเป็น "ระเบียบธนาธิปไตย" ที่สมบูรณ์แบบหลังปี 2557 ซึ่ง กกต. กว่าครึ่งมาจากชุด สว. ที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้ว หากต้องการแก้ตัวว่าไม่ได้เป็นคนของใคร ทางรอดเดียวคือต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา พร้อมกันนี้ได้ยื่นข้อเสนอถึง "พรรคฝ่ายค้าน" ให้ดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญหมวดที่มา สว. ควบคู่ไปกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงขอเสนอให้ประชาชนเลือกตั้งโดยตรง ให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดเป็นผู้ลงคะแนนเลือก สว. ของตนเอง ปรับคุณสมบัติให้สูงขึ้นโดยกำหนดอายุขั้นต่ำ 45 ปีขึ้นไป และวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทเป็นอย่างน้อย และจำกัดสิทธิลงคะแนนโดยให้ประชาชน 1 คน สามารถเลือกผู้สมัคร สว. ได้เพียง 1 คนเท่านั้น เพื่อกระจายโอกาสและลดการจัดตั้งของพรรคการเมือง








