กมธ.พลังงาน แถลงมติ กพช. แยกค่าไฟสาธารณะ-ลดค่าไฟบ้านเหลือ 3 บาท
วันที่ 21 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ แถลงผลงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยระบุว่าตามที่คณะกรรมาธิการการพลังงานได้มีการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องการนำค่าไฟฟ้าสาธารณะมาคิดรวมในบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยได้เชิญผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานต่างๆ จัดส่งข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา และในวันนี้ วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เข้ามาร่วมประชุมอีกครั้ง
โดยตัวแทนจาก สนพ. ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบมาตรการด้านไฟฟ้าที่สำคัญเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วไป ประกอบด้วย 3 มาตรการหลัก ประเด็นแรกคือ การแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะ หรือค่าไฟฟ้าถนน ไฟฟ้าส่องสว่างตามตรอกซอกซอย ถนนชุมชน ไฟถนนสายรอง หรือถนนเชื่อมหมู่บ้าน รวมถึงไฟในพื้นที่ถนนทางหลวงและทางหลวงชนบท ออกจากบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อให้มีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม ซึ่งการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลของประชาชนนี้ เป็นประเด็นที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้หยิบยกขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงให้กับประชาชน
ประเด็นที่สอง คือการลดค่าไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งปรับปรุงนิยามค่าไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัย โดยมีการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ในหน่วยที่ 1-200 หน่วยแรก ให้ปรับลดลงเหลือ 3 บาทต่อหน่วย ส่วนหน่วยที่ 201-400 และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไปนั้น อัตรายังคงเดิม นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงบทนิยามคำว่า "ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย" ให้ครอบคลุมถึงกิจการให้เช่าที่พัก เช่น บ้านเช่า หอพัก และบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งในปัจจุบันถูกกำหนดให้ต้องใช้ไฟฟ้าประเภทชั่วคราวที่มีอัตราค่าไฟฟ้าสูงกว่า ให้สามารถกลับมาใช้ไฟฟ้าในอัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัยได้
ประเด็นที่สาม คือการเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ โดยกำหนดเป้าหมายการรับซื้อรวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาคัดกรองโครงการที่เสนอเข้ามา โดยพิจารณารายละเอียดด้านมาตรฐาน การใช้พื้นที่ และความสามารถในการจัดหาเงินทุน พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปพิจารณาทำรายละเอียดหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการพลังงานมีความเห็นว่า มติ กพช. เกี่ยวกับมาตรการด้านไฟฟ้าดังกล่าว จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
#ค่าไฟ #ลดค่าไฟ #กพช #กมธพลังงาน #พลังงานไทย #ค่าไฟฟ้า #ประชาชน #กระทรวงพลังงาน #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








