ผ่าตัดหัวใจ ทางเลือกรักษา เพิ่มโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง
เมื่อโรคหัวใจดำเนินมาถึงระยะที่การรักษาด้วยยาไม่เพียงพออีกต่อไป การผ่าตัดหัวใจจึงกลายเป็นแนวทางการรักษาที่จำเป็น เพื่อฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิตและลดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แม้จะเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่หลายคนรู้สึกกังวล แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันที่มีทั้งวิธีมาตรฐานและวิธีแผลเล็ก ทำให้การรักษามีความปลอดภัยขึ้น
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ข้อบ่งชี้ วิธีการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ไปจนถึงแนวทางการดูแลตัวเองก่อนและหลังการรักษา
________________________________________
ผ่าตัดหัวใจคืออะไร?
ผ่าตัดหัวใจ (Heart Surgery หรือ Cardiac Surgery) คือหัตถการทางศัลยกรรมเพื่อแก้ไขความผิดปกติของหัวใจอย่างตรงจุด มักพิจารณาใช้เมื่อการรักษาด้วยยาหรือการทำหัตถการอื่น เช่น การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ ไม่สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการผ่าตัดหัวใจสามารถทำได้ตั้งแต่การซ่อมแซมส่วนที่ผิดปกติของหัวใจ การเสริมหรือเปลี่ยนอวัยวะ ไปจนถึงการแก้ไขโครงสร้างหัวใจโดยตรง
วัตถุประสงค์หลักของการผ่าตัดหัวใจคือการฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิตให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ ช่วยแก้ไขอาการที่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจ เช่น อาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย รวมถึงลดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในอนาคต โดยศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก (Cardiothoracic Surgeon) จะเป็นผู้ประเมินความจำเป็นและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย
________________________________________
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดหัวใจ ใครบ้างที่จำเป็นต้องรักษา
ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคหัวใจทุกรายที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ โดยทั่วไปแพทย์จะเลือกวิธีนี้ก็ต่อเมื่อโครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจเสียหายถึงขั้นที่การใช้ยาหรือหัตถการอื่นไม่อาจแก้ไขได้แล้ว ซึ่งกรณีที่พบบ่อยมีดังนี้
● หลอดเลือดหัวใจตีบตันรุนแรง (Coronary Artery Disease) : โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก (Angina) ทั้งที่รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง หรือตรวจพบว่าเส้นเลือดหัวใจตีบหลายเส้น กรณีเช่นนี้การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดมักไม่เพียงพอ จำเป็นต้องอาศัยการทำบายพาสสร้างทางเดินเลือดเส้นใหม่แทน เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
● ลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติ (Valvular Heart Disease) : ไม่ว่าจะเป็นลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบตัน จนทำให้เลือดไหลย้อนกลับหรือไหลผ่านได้ไม่เต็มที่ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมาพบแพทย์ด้วยอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ ร่วมกับตรวจพบว่าหัวใจมีขนาดโตขึ้นจากภาพถ่ายรังสี
● ความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease) : เช่น ภาวะผนังหัวใจรั่ว ทั้งชนิดที่ผนังกั้นห้องบนหรือห้องล่าง ซึ่งหากปล่อยไว้จะทำให้เลือดไหลเวียนผิดทาง ส่งผลให้ปอดต้องรับแรงดันสูงเกินกว่าปกติ และหัวใจทำงานหนักโดยไม่จำเป็น
● หลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตาผิดปกติ (Aortic Disease) : ทั้งภาวะหลอดเลือดโป่งพองและภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด (Aortic Dissection) จัดเป็นสภาวะฉุกเฉินทางหัวใจที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขโดยทันที มิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
● หัวใจล้มเหลวระยะรุนแรง : เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงจนแรงบีบตัวลดลงมาก ไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
________________________________________
ผ่าตัดหัวใจ ทำได้กี่วิธี แต่ละแบบต่างกันอย่างไร
วิธีการผ่าตัดหัวใจในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกจะเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะกับตำแหน่งพยาธิสภาพและความรุนแรงของแต่ละราย โดยแบ่งได้ตามลักษณะการเข้าถึงหัวใจและลักษณะของความผิดปกติที่ต้องแก้ไข ดังนี้
● การผ่าตัดแบบเปิดหน้าอก (Open Heart Surgery) : เป็นเทคนิคผ่าตัดพื้นฐาน ศัลยแพทย์จะผ่าแนวกึ่งกลางกระดูกหน้าอกเพื่อเปิดทางเข้าสู่หัวใจโดยตรง ระหว่างผ่าตัดจะใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Heart-Lung Machine) ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและฟอกออกซิเจนแทนชั่วคราว วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติซับซ้อนหรือหลายจุดพร้อมกัน
● การผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้อง (Minimally Invasive Cardiac Surgery) : อาศัยแผลผ่าตัดขนาดเล็กบริเวณช่องซี่โครงแทนการเปิดกระดูกหน้าอกทั้งแนว ร่วมกับกล้องและเครื่องมือเฉพาะทาง ข้อดีคือเสียเลือดน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ต้องอาศัยความชำนาญของทีมศัลยแพทย์เป็นสำคัญ
● การทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ หรือ CABG (Coronary Artery Bypass Grafting) : CABG คือ เทคนิคที่นำหลอดเลือดจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น จากขาหรือผนังทรวงอก มาต่อเชื่อมข้ามจุดที่ตีบตัน เพื่อเปิดทางให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้อีกครั้ง เปรียบเทียบง่าย ๆ บายพาสหัวใจ คือ การสร้าง "ทางลัด" ให้เลือด มักเลือกใช้ในรายที่หลอดเลือดหัวใจตีบหลายตำแหน่งพร้อมกัน
● การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ : เมื่อลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพจนรั่วหรือตีบ แพทย์จะประเมินว่าลิ้นหัวใจเดิมยังพอซ่อมแซมได้หรือไม่ หากเนื้อเยื่อเสียหายมากเกินกว่าจะซ่อม จะเปลี่ยนใส่ลิ้นหัวใจเทียมทดแทน ซึ่งมีทั้งชนิดโลหะและชนิดที่ทำจากเนื้อเยื่อชีวภาพ
ผ่าตัดหัวใจใช้เวลากี่ชั่วโมง? โดยทั่วไปการผ่าตัดแบบเปิดใช้เวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง ส่วนแบบส่องกล้องใช้เวลาราว 1-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย
________________________________________
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดหัวใจ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
แม้การผ่าตัดหัวใจจะเป็นการรักษาที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงในปัจจุบัน แต่เช่นเดียวกับการผ่าตัดใหญ่ทุกประเภท ยังมีความเสี่ยงที่ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจล่วงหน้า ได้แก่
● การติดเชื้อจากการผ่าตัด
● เลือดออกจากแผลผ่าตัด
● ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)
● ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
● ภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
การผ่าตัดหัวใจมีโอกาสรอดในปัจจุบันอยู่ในระดับสูง เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์และความเชี่ยวชาญของทีมศัลยแพทย์ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับอายุ โรคประจำตัว และความซับซ้อนของภาวะหัวใจในผู้ป่วยแต่ละราย
________________________________________
ดูแลตัวเองก่อน-หลังผ่าตัดหัวใจ อย่างไรให้ปลอดภัย
ก่อนผ่าตัดหัวใจ แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด ทั้งตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) พร้อมให้แจ้งประวัติยาและอาหารเสริมทุกชนิด เพราะยาบางตัว เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ต้องหยุดล่วงหน้า
เมื่อเข้ารับการผ่าตัดหัวใจเป็นที่เรียบร้อย ควรดูแลร่างกายด้วยการกินอาหารมีประโยชน์ ลดเค็มมันหวาน ออกกำลังกายเบา ๆ ตามคำแนะนำแพทย์ กินยาตรงเวลา และหมั่นสังเกตแผลว่ามีอาการบวมแดงหรือของเหลวไหลซึมหรือไม่ หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดซึมมาก แผลผ่าตัดเกิดการอักเสบ เจ็บหน้าอกรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ทันที
________________________________________
ผ่าตัดหัวใจ ทางเลือกที่ทำให้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้อีกครั้ง
การผ่าตัดหัวใจอาจฟังดูน่ากังวล แต่เมื่อเข้าใจขั้นตอนตั้งแต่การประเมินความจำเป็นจนถึงการฟื้นฟูร่างกาย ก็เป็นกระบวนการที่มีมาตรฐานรองรับอย่างเป็นระบบ สิ่งสำคัญคือปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังผ่าตัด เพื่อให้หัวใจกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี ให้บริการผ่าตัดหัวใจโดยทีมศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก พร้อมห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน รองรับทั้งการผ่าตัดบายพาสและการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ตลอดจนโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ (Cardiac Rehabilitation) โดยนักกายภาพบำบัดเฉพาะทาง เพื่อดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงการฟื้นตัว เพื่อการกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้ป่วยในระยะยาว
● Facebook: Vibhavadi Hospital
● Line: @Vibhavadihospital
● Email: custserv@vibhavadi.com
● Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111








