“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” นำทีม ครม.เงา พรรคประชาชน แถลงจี้รัฐบาลคุมเข้มปัญหากัญชาลักลอบส่งออก หลังต่างชาติจับกุมล็อตมหึมา แฉสถิติผู้ป่วยจิตเวชพุ่ง 3 เท่าเพราะสุญญากาศทางกฎหมาย พร้อมส่งไม้ต่อ สส.พรรค เปิดแผลวิกฤตสารพิษปนเปื้อนโลหะหนัก 6 ลำน้ำ ทำท่องเที่ยวพังยับกว่า 80%
วันที่ 8 ก.ค.2569 เวลา 09.35 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครั้งที่ 8 ถึงวิกฤตปัญหายาเสพติดและการควบคุมกัญชาในปัจจุบันว่า ประเทศไทยกำลังเสี่ยงที่จะถูกนานาชาติตราหน้าว่าเป็น "ฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรข้ามชาติ" และเป็นแหล่งส่งออกกัญชาที่ผิดกฎหมายไปยังเวทีโลก ยกตัวอย่างกรณีอื้อฉาวระดับสากล เช่น เหตุการณ์พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส) ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตรวจพบความเชื่อมโยงกับเฮโรอีน ไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) รวมถึงกัญชา นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีรายงานการจับกุมกัญชาล็อตใหญ่จากประเทศไทยในหลายประเทศปลายทาง อาทิฮ่องกง จับกุมกัญชาแห้ง น้ำหนัก 23 กิโลกรัม มูลค่าราว 16.9 ล้านบาทโปแลนด์และเยอรมนี: ตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ พบกัญชาซุกซ่อนมาในสินค้าลูกหลาน น้ำหนักรวมกว่า 1.2 ตัน มูลค่าสูงถึง 450 ล้านบาท อินโดนีเซีย ตรวจยึดช่อดอกกัญชาคุณภาพสูงลักลอบนำเข้าจากไทย ปริมาณกว่า 3.37 ตัน
ผู้นำฝ่ายค้านฯ เปิดเผยตัวเลขจากกรมศุลกากรระบุว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 มีการจับกุมคดียาเสพติดเกือบ 3,000 คดี น้ำหนักรวมกว่า 300,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านบาท ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวเลขที่สกัดจับได้เท่านั้น แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่เล็ดลอดออกนอกประเทศ เนื่องจากประเทศปลายทางส่วนใหญ่ยังกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดและเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
“ผลกระทบไม่ได้เกิดแค่ภาพลักษณ์ประเทศ แต่ตกอยู่กับคนไทยโดยตรง ข้อมูลจากภาครัฐชี้ชัดว่า นับตั้งแต่มีการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเมื่อปี 2565 จำนวนผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพกัญชาพุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า โดยในปี 2562 มีผู้ป่วยเพียง 6,500 ราย แต่ในปี 2566 ตัวเลขกลับกระโดดไปสูงถึงกว่า 20,000 ราย” นายณัฐพงษ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้คัดค้านการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ปัญหาวิกฤตในปัจจุบันเกิดจากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ละเลยการออกกฎหมายควบคุมที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมาตลอด 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2565 - 2569) ปล่อยให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายร้ายแรง 2 ด้าน คือ ฝั่งผู้เสพ/ผู้ซื้อ ประเทศไทยไม่มีกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำในการซื้อผลิตภัณฑ์กัญชาอย่างชัดเจน แตกต่างจากสุรา บุหรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล ขณะที่บทลงโทษมีเพียงการยึดใบอนุญาต ซึ่งเป็นโทษทางปกครองที่เบามาก ไม่ใช่โทษทางอาญา ทำให้ควบคุมเยาวชนไม่ได้ผล ฝั่งผู้ผลิต พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มีการออกใบอนุญาตเพียง 3 ประเภท คือ ใบอนุญาตขาย/แปรรูป, ใบอนุญาตส่งออก, และใบอนุญาตเพื่อการวิจัย แต่กลับไม่มีใบอนุญาตสำหรับการผลิต ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถตรวจสอบปริมาณสต็อกและกำลังการผลิตกัญชาในประเทศที่แท้จริงได้เลย
“พรรคประชาชนจึงเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยใน ระยะสั้น นายกรัฐมนตรีต้องลงมากำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคง ป.ป.ส. และกรมศุลกากร เพื่อสกัดกั้นการส่งออกกัญชาและยาเสพติดอย่างจริงจัง ส่วนใน ระยะกลางและระยะยาว ต้องเร่งผลักดันกฎหมายควบคุมกัญชา ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมร่วมพิจารณาอย่างเข้มข้นในชั้นสภาฯ








