จับกุมชายวัย 42 ปี ก่อเหตุคลั่งใช้ท่อนเหล็กไล่ตีตำรวจสายตรวจจนบาดเจ็บ ปากแตก โหนกแก้มบวม ก่อนหลบหนีและถูกตามจับได้ในพื้นที่ อ.หนองแซง ตรวจไม่พบสารเสพติด แจ้งข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่
วันที่ 8 ก.ค.69 จากกรณีที่เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิป Reels โดยมีข้อความว่า “ออกมานั่งกินข้าวต้มกำลังอร่อยๆเรย มีมวยให้ดูซะงั้น #ของดีคลองชลสระบุรี” โดยจุดเริ่มของคลิปจะเห็นได้ว่า มีรถสายตรวจขอเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี เข้ามาจอดริมถนน จากนั้นจะเห็นว่า ชายคลั่งที่สวมกางเกงขาสั้นไม่สวมเสื้อ ได้วิ่งหลบหนีไปอีกฝั่งถนน (เหมือนไปหยิบอาวุธมา) จากนั้นได้วิ่งกลับไปหาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่มาด้วยกัน 2 นาย โดยมีพลเมืองดี เข้าช่วยเหลือ จากนั้นได้ไล่ตีจนเจ้าหน้าที่ตำรวจล้มลงไป 1 นาย และต่อสู้กันไล่ตีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคน ต้องหลบหนีออกไป ตั้งหลัก คาดว่าน่าจะเรียกกำลังเสริม เนื่องจากว่าชายคนดังกล่าวน่าจะอยู่ในอาการคุ้มคลั่งยังคงยืนอยู่ท้ายรถ และขว้างปาสิ่งของ ซึ่งกว่าทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาเสริมกำลังชายที่คุ้มคลั่งได้หลบหนีไปกับความมืด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หน้าร้านขายข้าวต้ม บนถนนพิชัยฯ (เลียบคลองชลประทานไป อ.เสาไห้) ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองสระบุรี ได้ออกไล่ล่า ติดตามชายคุ้มคลั่งผู้ก่อเหตุทั่วพื้นที่ เมืองสระบุรี พร้อมแจ้งประชาสัมพันธ์ในเพจ สภ.เมืองสระบุรี ว่า “ผู้ใดพบเห็น นายบี ชายอายุประมาณ 42 ปี สูงประมาณ 160 ปีรูปร่างสันทัด เมื่อคืนได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีไป การแต่งกาย มักขอบถอดเสื้อ สวมใส่แต่กางเกงขาสั้น ชอบพักอาศัยอยู่บริเวณในเขตเทศบาล หากพบเห็น กรุณาแจ้ง สภ.เมืองสระบุรี” พร้อมขอหมายศาลเพื่อจับกุมตัว ต่อมาช่วงค่ำของวันที่ 7 ก.ค. ได้มีประชาชนอินบ็อกเข้ามาในเพจของ สภ.เมืองสระบุรี ว่าพบชายต้องสงสัยที่ไปก่อเหตุใช้ท่อนเหล็กตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินอยู่ในพื้นที่ อ.หนองแซง จ.สระบุรี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ พร้อมตรวจอบกล้องวงจรปิดจนพบว่าชายต้องสงสัย เดินสวมกางเกงวอร์มขายาว ไม่สวมเสื้อ มีเสื้อคลุมอยู่บนหัว และทราบว่าเป็นชายคนเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไล่ล่า
ติดตามตัวจนพบผู้ก่อเหตุ พักอาศัยอยู่ศาลาริมทาง ในเขต อ.หนองแซง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว และสอบถามชื่อผู้ก่อเหตุ จนทราบชื่อว่านายบี อายุ 42 ปี ซึ่งตรงกับหมายศาลซึ่งในระหว่างควบคุมตัวผู้ก่อเหตุให้การวกไปวนมา พูดคุยไม่ค่อยจะร้องเรื่อง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี พร้อมนำตัวไปตรวจปัสสาวะ ซึ่งผลการตรวจไม่พบว่ามีสารเสพติด โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธ และทำให้เสียทรัพย์
ทางด้านพ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับบาเจ็บถึง 2 นายคือ ร.ต.ต.บุญเฉลี่ยว ได้รับบาดเจ็บถูกท่อนเหล็กตีเข้าที่ปาก จนแตกต้องเย็บถึง5 เข็ม และส.ต.ต.ปรเมต ได้รับบาดเจ็บถูกตีบริเวณใบหน้า และได้รับการรักษาตัว โดยแพทย์ได้อนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่บ้านได้ ต่อจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขออนุมัติหมายศาล และได้ประชาสัมพันธ์ ในเพจ สภ.เมืองสระบุรี เพื่อให้ประชาชนในเขตพื้นที่ จ.สระบุรี รับรู้ถึงพฤติกรรมของชายดังกล่าว พร้อมแจ้งเบาะแสให้ประชาชนได้รับรู้ว่าชายคนดังกล่าวเป็นบุคคลอันตราย หากพบเห็นให้แจ้งมาที่ สภ.เมืองสระบุรี จากนั้นได้มีประชาชนแจ้งมาว่าพบเห็นชายมีลักษณะใกล้เคียงกับชายดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ อำเภอหนองแซง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ จนทราบว่าเป็นชายที่ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดกำลังไล่ล่าพร้อมเข้าจับกุม โดยสามารถจับกุมตัวได้ประมาณเวลา 5 ทุ่มของคืนวันที่ 7 ก.ค.และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ซึ่งชายผู้ก่อเหตุ เคยก่อเหตุเคยมีประวัติถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งในบางครั้งก็พูดจารู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง จะไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในพื้นที่ เมืองสระบุรีอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำร้ายประชาชนทั่วไปเหมือนครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าคงจะไม่มีทำร้ายเจ้าหน้าที่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้กลับเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่เลย ซึ่งผู้ก่อเหตุจะมีอุปนิสัยที่เมื่อเวลาไปไหนมาไหนจะชอบเดินไป และไม่สวมเสื้อ สวมใส่แต่กางเกงเดิน ซึ่งผลการตรวจสารเสพติดไม่พบส่วนว่าผู้ก่อเหตุจะป่วยจิตเวชหรือไม่นั้น ยังประเมินไม่ได้ต้องให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาประเมิน








