“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เชื่อเจ้าหน้าที่ออสเจรเลียมีข้อมูลเชิงลึก พบพิรุธชัดเจน จึงนำไปสู่การตรวจค้นแบบเจาะจง ย้ำต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมจี้สายการบินเร่งล้อมคอกด่วน หวั่นกระทบชื่อเสียงและเครดิตของประเทศไทย
วันที่ 1 ก.ค 2569 เวลา 08:45 น.ที่รัฐสภา นายสีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียทำการจับกุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส) ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลียว่า ในขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนทางการทูตแล้ว ซึ่งผู้ต้องหามีทนายความเข้ามาดูแลในเรื่องคดีความอย่างใกล้ชิด และทางกระทรวงฯ จะคอยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับความคืบหน้าในการประสานงานระหว่างหน่วยงานของออสเตรเลียและไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องดำเนินไปตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งทางไทยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยในปัจจุบัน ทางการออสเตรเลียได้ทำการควบคุมตัวพนักงานต้อนรับคนดังกล่าวไว้ และสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศในระหว่างการดำเนินคดี
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเครดิตของประเทศไทยอย่างไร รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องในลักษณะนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทางสายการบินจะต้องกลับไปทบทวน และเพิ่มมาตรการกำชับดูแลบุคลากรอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงประเทศซ้ำรอยอีก
เมื่อถามย้ำว่า ทางการออสเตรเลียจะมีการยกระดับมาตรการคว่ำบาตร (Boycott) หรือสั่งห้ามสายการบินไทยบินเข้าประเทศหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า น่าจะเป็นเรื่องของการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นสัมภาระ และบุคลากรมากขึ้น พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียไม่ได้ทำการสุ่มตรวจทั่วไป แต่น่าจะมีข้อมูล แหล่งข่าวเชิงลึก และพบพิรุธบางอย่างที่แน่ชัด จึงนำไปสู่การตรวจค้นแบบล็อกเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป








