หนึ่งวันพันกว่าเรื่อง เรื่องร้อน เรื่องเล็ก ดาหน้าเข้าใส่ รัฐบาล “อนุทิน 2” แทบไม่มีเว้นวรรค !
ทั้งปัญหา คดีฮั้วเลือกสว. ที่ “พรรคฝ่ายค้าน” เดินหน้าลุยตรวจสอบไม่ลดละ ทั้งในและนอกสภาฯ หวังใช้ ทุกกลไกที่มีในมือจัดการ “บิ๊กเนม” ของพรรคสีน้ำเงิน ที่เชื่อว่า เกี่ยวข้อง และอยู่เบื้องหลังขบวนการฮั้วสว.ให้ได้
ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ปะทุรายวัน ล่าสุดเกิดเหตุโจรใต้ ยิงและปาไปป์บอมถล่มจุดตรวจ บูเก๊ะซามี ที่นราธิวาส ทำให้ต้องสูญเสียกำลังพลไปถึง 5 ราย มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดกองทัพสั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัย ที่จ.นราธิวาสทั้งจังหวัด ด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึก ไล่ล่าคนร้าย
แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังทับซ้อนเอาไว้ด้วยการมองที่แตกต่างกันระหว่าง ส่วนกลางกับในพื้นที่จริง เมื่อคนที่เผชิญกับความรุนแรงรายวัน มองว่าการเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่าง กลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นไม่ใช่ทางออก แต่ส่วนกลาง กลับยังยืนยันว่าการเจรจาคือ “ทางออก”
อย่างไรก็ดี ล่าสุดรัฐบาล โดย "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรมว.คลัง ได้ แถลงสรุปผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือ “โครงการแลนด์บริดจ์”
จากที่นายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการศึกษา ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อนเวลาที่กำหนด 90 วัน สรุปว่า “พับแผน” ด้วยเหตุผลที่ว่า โครงการมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับต่ำ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบภาระงบประมาณ ซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง !
ส่วนเรื่องความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม พบว่ามีค่อนข้างสูง และจำเป็นต้องดูแลผลกระทบในภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ให้มากกว่านี้ และเมื่อลงไปดู ยังขาดการบูรณาการที่เป็นเอกภาพในเรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งยังไม่ครบถ้วน
สรุปคือยุติแผนการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ หลังจากที่รัฐบาลถูกต่อต้านอย่างหนัก ทั้งในสภาฯ และภาคประชาชน ทั้งเรื่องความคุ้มค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม !
แน่นอนการว่า “ถอย” ของรัฐบาล ครั้งนี้ คือการลดแรงเสียดทานที่รออยู่ข้างหน้า หสู้ากเลือกที่จะ “เดินต่อ” ทั้งต่อตัวนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เอง ไปจนถึง พรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการทำฐานเสียงในพื้นที่ “ภาคใต้” ให้แข็งแกร่ง ภายใต้การดูแลของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.คมนาคม สำหรับการเลือกตั้งรอบหน้า
การพับแผนแลนด์บริดจ์ ของรัฐบาลนั้น เคยถูกตั้งข้อสังเกตเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า การส่งไม้ต่อให้เอกนิติ ทำหน้าที่ประธานในการศึกษาฯ ในกรอบเวลา 90 วันนั้นคือ “สัญญาณ” ที่ชัดเจนในตัวเองแล้วว่า “ไม่เดินต่อ” เมื่อประเมินจากแรงต้านจากภาคประชาชน นักวิชาการ จนแม้แต่ สส.ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย เองยังไม่กล้า “ขยับ” ออกมาสู้กลับ
ดังนั้นเท่ากับว่าเวลานี้ นายกฯอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ได้เลือก “ปลดชนวนระเบิด” ไปแล้วเรื่องแลนด์บริดจ์ ส่วนเรื่องไหนที่สามารถใช้ “การเมือง” จัดการได้ แทบไม่มีอะไรให้ต้องเป็นกังวล ไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้วเลือกสว. ที่ฝั่งตรงข้ามหวังว่าจะ “โค่น” พรรคสีน้ำเงิน ลงให้ได้ ก็ตาม !








