วันที่ 24 ก.ค. 2569 หน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2) ภายใต้การอำนวยการของ น.อ.วีระเชษฐ์ ขยันทำ หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับร้อยสารวัตรทหารพรานนาวิกโยธินคลองตาดำ นำโดย ร.ต.กฤษดา พวงสวัสดิ์ ผบ.มว.อาวุธ (คลองตาดำ) สนธิกำลังออกลาดตระเวนเข้มงวดในพื้นที่รับผิดชอบ
ผลการปฏิบัติงาน เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยรวม 10 ราย เป็น ชาย 5 ราย, หญิง 3 ราย และเด็ก 2 ราย บริเวณพื้นที่ระหว่างฐานปฏิบัติการที่ 3 และ 4 หมู่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชาและสื่อสารภาษาไทยได้พอสมควร ไม่มีเอกสารการอนุญาตเข้าเมืองอย่างถูกต้อง จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินคลองตาดำ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี และตำรวจ สภ.บ้านแปลง ร่วมตรวจสอบ
จากการสอบสวนปากคำกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การตรงกันว่า เดินทางมาจากจังหวัดบันเตียเมียนเจย และจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศประสบปัญหาฝืดเคือง ไม่มีงานทำและขาดรายได้จุนเจือครอบครัว จนแทบจะอดตาย จึงมีความจำเป็นต้องดิ้นรนเดินทางเข้ามาหางานทำในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย เช่น จันทบุรี ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบข้ามแดน และยอมเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าหัวละ 5,000 ถึง 7,000 บาท ตามระยะทางพื้นที่เป้าหมาย แต่สุดท้ายไปไม่ถึงฝัน ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานลาดตระเวนพบและจับกุมเสียก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติกัมพูชา) เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการควบคุมตัวตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันกลับประเทศชาติต่อไป








