วันที่ 5 ก.ค.60 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการวางมาตรการคุมเข้มการขนสัมภาระผู้โดยสารและลูกเรือในสนามบิน หลังร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ เมื่อ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนได้รับมอบหมายร่วมประชุมแทน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ติดภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด โดย กระทรวงคมนาคม รับแนวทางมาตรการต่างๆ ของที่ประชุม ป.ป.ส. นำไปปฏิบัติเพิ่มเติม
แต่ยืนยันว่า ก่อนหน้าเกิดเหตุแอร์โฮสเตสถูกจับที่ออสเตรเลีย มีการเข้มงวดมาตรการตรวจสอบตามหลักสากล รวมถึงก่อนหน้านี้มีการจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดที่สนามบินอยู่ตลอด โดยตรวจพบการลักลอบขนยาเสพติดทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก
แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ จะมีการกำชับต้องเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบให้มากขึ้น เพราะคิดว่าขบวนการดังกล่าวอาจรู้กระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงพยายามหาวิธีหลบเลี่ยงอยู่ตลอด
เมื่อถามว่า จะมีการคุมเข้มกรณีลูกเรือรับหิ้วของ อย่างไร รมช.คมนาคม ระบุว่า ตามปกติสนามบินมีการตรวจสอบลูกเรือผ่านกระบวนการสแกนจากเครื่องอยู่แล้ว แต่เมื่อพบว่าลูกเรือมีการรับหิ้ว จะมีการยกระดับมากขึ้น อาทิ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ออกกฎเพิ่มเติมแจ้งไปยังทุกสายการบินให้ควบคุม เช่น ห้ามรับหิ้วของเพราะอาจเกิดความเสี่ยงได้ รวมถึงอบรมเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเอ็กซเรย์ ยกระดับเรื่องการข่าว รวมถึงเพิ่มสุนัข K9 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีกว่า 60 ตัวมาร่วมกับสุนัข K9 ของกรมศุลกากร เป็นต้น และหลังจากนี้ กระทรวงคมนาคม จะมีการให้นโยบายกำชับเพิ่มเติม








