“กระทรวงพลังงาน”จับมือ “กระทรวงมหาดไทย” เดินหน้าลดภาระค่าครองชีพประชาชน เตรียมแยก "ค่าไฟทาง-ค่าไฟสาธารณะ" ออกจากบิลค่าไฟฐาน เล็งชงเข้าที่ประชุม กพช. เดือนกรกฎาคมนี้ คาดประชาชนเตรียมเฮเห็นผลค่าไฟลดลงทันทีช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2569 ด้าน "พลพีร์" เผยจ่อถก "เอกนิติ" รมว.คลัง ก่อนเสนอหน้าตักนายกฯ สั่งรื้อระบบที่หมกเม็ดมานานกว่า 30 ปี
วันที่ 28 มิ.ย. 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงถึงความคืบหน้าในการแยกค่าไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของภาคประชาชน ว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ประชาชนทราบอย่างโปร่งใส และยินดีที่จะรับผิดชอบร่วมกันเพื่อความยุติธรรม โดยจะไม่ยอมให้นำเงินค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชนอีกต่อไป
นายเอกนัฏ กล่าวว่า เตรียมจะเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อดึงค่าไฟสาธารณะซึ่งปัจจุบันถูกซ่อนอยู่ในโครงสร้างไฟฐานออกมา ซึ่งจะส่งผลให้ราคาค่าไฟลดลงทันที จากนั้นจะใช้กลไกของ กพช. และคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในการกำหนดอัตราค่าไฟใหม่ โดยในระยะยาว 3 การไฟฟ้าจะต้องไปบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนภายในเพื่อชดเชยรายได้ในส่วนที่หายไป โดยจะต้องมีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง, กรุงเทพมหานคร (กทม.), ท้องถิ่น, กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ต่อไป
"ในการประชุม กพช. นัดต่อไปช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ จะนำเรื่องนี้เข้าหารือทันที จากนั้นจะส่งต่อให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็น โดยคาดว่าในการคำนวณรอบบิลไฟใหม่ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้ ประชาชนน่าจะเริ่มเห็นผลว่าค่าไฟลดลงอย่างแน่นอน โดยเป้าหมายหลักคือต้องการลดค่าไฟบ้านอยู่อาศัยให้เหลือ 3 บาท โดยที่ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระส่วนนี้" นายเอกนัฏ กล่าว
รมว.พลังงาน กล่าวว่า นอกจากการแยกค่าไฟสาธารณะแล้ว กระทรวงพลังงานกำลังเร่งแก้ไขปัญหาต้นทุนแฝงอื่นๆ ในบิลค่าไฟอีก 3 เรื่องหลัก เพื่อให้ระบบมีความเป็นธรรมสูงสุด ได้แก่1.การบริหารจัดการต้นทุนส่วนที่สูญเสียจริง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.การแก้ไขปัญหาสัญญาในอดีต เช่น การผูกสัญญาซื้อไฟฟ้าในราคาแพงจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) รวมถึงสัญญาส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) และ3.การทบทวนอัตราค่าไฟกลุ่มธุรกิจใหม่ เช่น กลุ่ม Data Center ที่เข้ามาใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูง โดยจะมีการกำหนดอัตราที่เหมาะสมใหม่ทั้งหมด
ด้าน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันมูลค่าของค่าไฟสาธารณะทั่วประเทศสูงถึงเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาถูกผลักเป็นภาระให้ประชาชนแบกรับมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่ตนเองยังอายุเพียง 10 ต้นๆ รัฐบาลชุดนี้จึงให้ความสำคัญกับการทลายปัญหานี้ลง ขณะนี้ได้ข้อสรุปด้านสมการคำนวณที่ลงตัวระดับหนึ่งแล้ว แต่ขั้นตอนต่อไปจะต้องเข้าหารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณและกระทรวงการคลังโดยตรง จากนั้นจึงจะนำเรื่องเข้าหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินกระบวนการตามกฎหมายและแถลงให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการ
"ต้องขอบคุณคุณเอกนัฏที่กล้าหยิบปัญหานี้ขึ้นมาจัดการ หลักเกณฑ์ของรัฐบาลชุดนี้คือชัดเจน เอาภาระออกจากบ่าของประชาชน และจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ส่วนปัญหาสัญญาแอดเดอร์ (Adder) ยอมรับว่ามีหลายสมการที่คุยกันอยู่ แต่ขอตกผลึกให้นิ่งทีเดียวแล้วจะแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง" นายพลพีร์ กล่าว








