ขอนแก่น สาววัย 21 ปีผวาหนัก หลังชายข้างบ้านปีนเข้าบ้านเช่ายามวิกาล พยายามงัดหน้าต่างและประตูห้องนอนจนต้องร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนชายคนดังกล่าวจะยอมออกไป แต่หลังหญิงสาวหนีออกจากบ้าน กลับย้อนเข้ามาอีกครั้งและเปิดประตูห้องนอน ครอบครัวตัดสินใจย้ายออก พร้อมยืนยันจะพิจารณายอมความหรือถอนแจ้งความก็ต่อเมื่อชายรายดังกล่าวเข้ารับการบำบัดและมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังได้รับข้อมูลว่ามีชายซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านข้างเคียงปีนเข้าไปในบ้านเช่ายามวิกาล และพยายามงัดเข้าไปภายในห้องนอนของหญิงสาววัย 21 ปี ก่อนจะย้อนกลับเข้ามาอีกครั้งภายหลังผู้เช่าหลบออกจากบ้านแล้ว
ที่เกิดเหตุพบ น.ส.ภัทราวดี หรือ “แซน” อายุ 32 ปี พี่สาวของ น.ส.จิ๊บ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ผู้เช่าบ้านหลังเกิดเหตุ โดย น.ส.ภัทราวดีเป็นผู้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ พร้อมนำคลิปจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพชายข้างบ้านเข้ามาภายในบ้านและพยายามงัดห้องนอน มอบให้ผู้สื่อข่าวเพื่อเผยแพร่เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย
น.ส.ภัทราวดี เล่าว่า น้องสาวโทรศัพท์มาบอกว่ามีบุคคลเข้ามาภายในบ้านและเคาะหน้าต่างห้องนอน พยายามจะเข้าไปภายในห้องให้ได้ โดยชายคนดังกล่าวเข้ามาเดินอยู่ในตัวบ้านแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าห้องนอนได้ เนื่องจากประตูถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา
จากนั้นจึงเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านโทรศัพท์มือถือ พร้อมพูดคุยกับน้องสาวเพื่อประคองสติและพยายามโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แม้กล้องจะไม่ได้ติดตั้งเมมโมรีการ์ด แต่สามารถกดบันทึกภาพและตรวจสอบย้อนหลังผ่านระบบคลาวด์ได้ จึงพบว่าผู้ที่เข้ามาภายในบ้านเป็นชายข้างบ้าน ซึ่งปีนเข้ามาทางหน้าต่างด้านข้างบ้าน
จากภาพวงจรปิดพบว่า ชายคนดังกล่าวพยายามงัดหน้าต่างห้องนอน ก่อนปีนเข้าไปยังพื้นที่ด้านในอีกชั้นหนึ่ง และใช้เท้าถีบประตูห้องนอน ทำให้ น.ส.จิ๊บกรีดร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้อง ชายรายดังกล่าวนั่งลง ยกมือขอโทษ และบอกว่าไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาจะทำอะไร โดยอ้างว่าได้ยินเสียงคนทำร้ายกัน น.ส.จิ๊บจึงไล่ให้ออกจากบ้าน ก่อนชายรายนี้จะยอมออกไป
น.ส.ภัทราวดี กล่าวว่า ระหว่างเกิดเหตุได้พยายามโทรศัพท์ไปยังทั้ง สภ.บ้านเป็ด และ สภ.เมืองขอนแก่น หลายครั้ง แต่ไม่มีผู้รับสาย ต่อมามีเจ้าหน้าที่จาก สภ.เมืองขอนแก่นแนะนำให้โทรสายด่วน 191 แต่ไม่สามารถติดต่อได้ในช่วงแรก ก่อนจะได้รับแจ้งว่าบุคคลที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุต้องเป็นผู้โทรแจ้ง จึงให้น้องสาวโทรศัพท์ ก่อนตำรวจรับสายและแจ้งว่าจะประสาน สภ.บ้านเป็ด ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา
ต่อมา ครอบครัวตัดสินใจโทรศัพท์บอกมารดา ก่อนประสานให้ป้าซึ่งพักอาศัยอยู่ใน จ.ขอนแก่น เดินทางมารับ น.ส.จิ๊บออกจากบ้าน อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นมีฝนตกหนัก ทำให้ใช้เวลาเดินทางนาน กระทั่งหญิงสาวสามารถออกจากบ้านได้ในเวลาประมาณ 04.00 น.
หลังจาก น.ส.จิ๊บออกจากบ้านไปกับป้าได้ประมาณ 15 นาที กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายข้างบ้านคนเดิมกลับเข้ามาอีกครั้ง โดยครั้งนี้สวมเสื้อ เดินเข้าไปในบ้าน เปิดประตูห้องนอนของ น.ส.จิ๊บ ก่อนเดินออกไป ภายหลังตรวจสอบพบว่าประตูห้องนอนถูกเปิด แต่ไม่มีความเสียหาย ไม่มีบุคคลอยู่ภายใน และไม่มีทรัพย์สินสูญหาย
ครอบครัวได้สอบถามชายคนดังกล่าวถึงสาเหตุที่ย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายยังอ้างว่าได้ยินเสียงคนถูกทำร้ายอยู่ภายในบ้าน เหตุการณ์ดังกล่าวครอบครัวได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตัดสินใจย้ายออกจากบ้านทันที พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องการรับเงินค่าตกใจ แต่เลือกนำเรื่องราวและคลิปวงจรปิดเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เนื่องจากมองว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้อื่นได้ และต้องการให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยภายในที่พักอาศัย ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่าจะพิจารณายอมความหรือถอนแจ้งความต่อเมื่อชายคนดังกล่าวเข้ารับการบำบัดและนำใบรับรองแพทย์มายืนยันเท่านั้น ส่วนข้อเท็จจริงและความรับผิดทางกฎหมายอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอนต่อไป
ข่าวภูมิภาค








