วันที่ 24 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษน้ำเสียข้ามพรมแดนและกรณีปัญหาที่ดินทับลาน โดยระบุว่าในวันนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมหารือถึงวิกฤตคุณภาพน้ำในแม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนอง และสายแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนเนื่องจากต้นตอของมลพิษอยู่ทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการใช้ชีวิตของประชาชน การท่องเที่ยว รวมถึงความเชื่อมั่นในการบริโภคสัตว์น้ำในพื้นที่
จากการหารือร่วมกับหน่วยงานฝ่ายสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข ความมั่นคง และต่างประเทศ พบอุปสรรคสำคัญคือการขาดงบประมาณในการตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด ทำให้กรรมาธิการฯ เตรียมเสนอต่อรัฐบาลให้ยกระดับเรื่องนี้เป็นวาระระดับชาติ เนื่องจากลำพังงบประมาณของท้องถิ่นหรือ อบจ. นั้นมีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จ จึงจำเป็นต้องตั้งงบประมาณผูกพันเพื่อดูแลเยียวยาประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้สามารถฟื้นฟูวิถีชีวิตได้
นอกจากนี้ กรรมาธิการฯ ยังได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดหาแหล่งน้ำสะอาดสำรองและวางระบบประปาหาแหล่งน้ำดิบใหม่ให้กับชาวบ้านแทนที่แหล่งน้ำเดิมที่ปนเปื้อน พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะให้เร่งเยียวยากลุ่มชาวนา ชาวไร่ ชาวประมง และภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ โดยหัวใจสำคัญคือการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านเวทีระดับชาติและคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อตกลงเรื่องการดูแลต้นน้ำ แลกเปลี่ยนข้อมูลและผลตรวจน้ำร่วมกัน รวมถึงการเก็บตัวอย่างน้ำพร้อมกันเพื่อระบุจุดที่มาของตะกอนและสิ่งสปรกให้ชัดเจน ขณะเดียวกันจะส่งเสริมความร่วมมือภาคประชาชน เช่น ระหว่างระนองกับเกาะสอง ในการร่วมกันปลูกป่าต้นน้ำและให้ความรู้แก่ชาวบ้านทั้งสองฝั่งเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
สำหรับความคืบหน้ากรณีการเพิกถอนพื้นที่แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน นางสาวกุลวลี เปิดเผยว่า ในวันนี้มีภาคประชาชนทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและไม่เห็นด้วยกับการเพิกถอนเดินทางมาที่รัฐสภา ซึ่งตนได้มีโอกาสรับเรื่องจากทั้งสองฝ่ายและเชิญตัวแทนเข้าร่วมประชุมกรรมาธิการฯ ในวันพรุ่งนี้ (25 มิถุนายน 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องงบประมาณ ชั้น 4 เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยจะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, สวทช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คุณทราย สกอต, คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร รวมถึงมูลนิธิสืบฯ และฝ่ายต่างๆ มาให้ความเห็น
เนื่องจากปัญหาทับลานมีความซับซ้อนยาวนานกว่า 40-50 ปี จากการที่แนวเขตของรัฐไปขีดทับที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ส่งผลให้ผู้ที่อยู่อาศัยโดยชอบด้วยกฎหมายกลายเป็นผู้บุกรุก ทั้งที่บางส่วนเข้าไปอยู่ตามนโยบายของรัฐ เช่น โครงการบ้านความมั่นคง หรือหมู่บ้านไทยสามัคคี จึงจำเป็นต้องมีการหารือเพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายในวันพรุ่งนี้








