"หวงพ่ออดุล"ให้อภัยเอฟซี "ป้าดา" บุกป่วนวัดกลางดึก เพราะวัดเป็นเขตอภัยทาน และเวรกรรมมีอยู่จริง พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยคลี่คลายปัญหา แต่ขอเพียงตำรวจ 1 นายอยู่กับวัด 24 ชม. อย่ามากันเยอะเพราะต้องให้บริการประชาชนในด้านอื่นด้วย
เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 19 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงมีญาติธรรมและคนในชุมชนกังสดาลและชุมชนสามเหลี่ยมเขตเทศบาลนครขอนแก่นเดินทางมาให้กำลังใจคณะสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ที่วัดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวดภายหลังเกิดเหตุคนไม่หวังดีเข้ามาก่อกวนและหาเรื่องคณะสงฆ์และลูกศิษย์วัดเมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมาและช่วงบ่ายของวันนี้ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวไว้ได้
ขณะเดียวกันพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้เดินทางกลับมาจากการรักษาตัวตามการนัดหมายของทีมแพทย์ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนที่จะเข้าไปพักภายในกุฎิเจ้าอาวาส โดยมี พ.ต.ท.มานิตย์ เกตุบัวขาว สวป.(ชส.)สภ.เมืองขอนแก่น เข้ารายงานถึงแนวทางการปฎิบัติและมาตรการรัษาความปลอดภัยตามคำสั่งของ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ที่ได้มีคำสะั่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในและภายนอกวัดตลอดทั้ง 24 ชม.ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 26 ส.ค.
พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหาและดำเนินทุกอย่างให้ถูกต้องจากทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันนี้หลวงพพ่อไปรักษามาแล้ว มีกำลังใจที่ดี มีแรงที่จะพูดคุยกับทุกคนและพบปะกับญาติโยมที่ทยอยมาให้กำลังใจและร่วมกันวางแผนงานในด้านต่างๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องมานั้นยอมรับว่าอาตมานั้นนอนไม่หลับ เมื่อคืนนี้ก็ได้ไปขอจำวัดที่อื่นเพื่อความปลอดภัย และก็มีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ ดังนั้นจึงขอเพียงกำลังตำรวจในเครื่องแบบ 1 นายมาประจำอยู่ภายในวัด มาประจำที่ศาลาการเปรียญ หรือกุฎิเจ้าอาวาสฯ เพื่อป้องกันและป้องปรามไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีได้เข้ามาก่อกวน มาทำลายวัดหรือมาสร้างเหตุการณ์ใดๆให้กับคณะสงฆ์หรือญาติโยมที่มาทำบุญ ขอเพียง 1 นายเท่านั้นมาประจำ 24 ชม.
"ไม่ต้องมาเยอะ มา 1 นายก็พอ ให้ตำรวจเราไปทำงานด้านอื่นและไปช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆบ้าง สภ.เมืองขอนแก่น กำลังตำรวจก้มีน้อยอยู่แล้ว เมืองขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่ หลวงพ่อรุ้ว่าลำบาก อีกทั้งสังคมทุกวันนี้แก่งแย่งชิงดี อยู้กันด้วยความลำบาก จึงขอกำลัง 1 นาย
มาที่วัดเพื่อให้เห็นว่ามีตำรวจ คนจะได้ไม่มาก่อกวน เมื่อคืนไม่ได้นอนวัดตัวเอง เพราะกลัวและนอนไม่หลับ ซึ่งก็นอนไม่หลับมาตั้งแต่มีเรื่องพิพาทล่าสุดที่เกิดขึ้น"
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดและทุกเหตุการณ์หลวงพ่อไม่ว่าอะไร ปล่อยไป อย่ากดดัน อาตมาไม่อาฆาตมาตุร้าย ให้อภัยทุกคน เพราะวัดคือเขตอภัยทาน ต้องมีเมตตาธรรม ซึ่งโดยส่วนตัวไม่กลัวที่คนใดคนหนึ่งจะย้อนหลับมาก่อกวนหรือสร้างเหตุการณ์ใดๆ ต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะไม่มีอะไรต้องกังวล เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นโดนก่อกวนมา 22 ปีแล้ว แค่นี้จะกังวลไปทำไม อาตมาไม่ใช่การละคร ขอแค่อย่าพุด อย่ามาสั่งพระให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะคดีอยู่ในชั้นศาล เราทุกคนต้องทำตามคำสั่งศาล ส่วนการที่จะมาปิดประตูวัดเพื่อความปลอดภัยนั้น อย่าไปปิดประตูเลย
"ประตูวัดเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะไปปิดทำไม คนในชุมชนและคนในพื้นที่เที่ยวไปเที่ยวมากัน 24 ชม. จะยังก็แล้วแต่อยู่กันแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว อุ่นใจแล้ว ขอเพียงตำรวจมาประจำที่วัด อย่ามาถ่ายภาพ มาเช้คอินแล้วกลับ เพราะยังไงวัดก็ไม่ปิดทางเข้า-ออก ในยามวิกาลเด็ดขาด ขอให้เข้าใจเจตนารมณ์ของหลวงพ่อด้วย วัดเราคือวัดป่าใจกลางเมืองที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงแห่งเดียว เราอยู่กันอย่างสมถะ ร่มรืนไม่มีการจัดฉาก"
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกคนอย่านำพี่สาวอาตมามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ท่านอายุมากแล้วและเป็นอัลไซเมอร์อาตมาอยากไปเยี่ยมพี่สาว แต่ตอนนี้ต่างคนต่างป่วย จะไปเยี่ยมพี่สาวยังไม่ได้ไป พี่สาวก็หลงๆลืมๆ ทราบมาว่าตอนนี้ทัวร์ลงพี่สาวเยอะมาก ก้ขออย่าไปลงแกเลย แกไม่รู้เรื่องอะไร และเป็นคนน่าสงสาร ตอนแรกตั้งใจจะไปเยี่ยมเมื่อวันแม่ แต่เจอเหตุการณ์แบบนี้ยังไม่ได้ไปเยี่ยมเลยขอให้เสร็จทุกอย่างก่อนจึงจะไปเยี่ยม
"อาตมาเชื่อว่าเวรกรรมมีจริงและมีอยู่จริง ใครทำไม่ดีเทวดาจะขาย กล่าวคือ ตอนทีบุญยังไม่หมด กรรมก็ยังไม่มาถึง อาตมาอยู่ที่นี่มา 36 ปีแล้ว สถานที่แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ทุกอย่างกรรมตามทันหมดยกตัวอย่างเช่นพระที่วัดทำไม่ดี ก็มีเหตุเสียชีวิต 2 ปีต่อ 1 รูปอีกด้วย"








