“ไอซ์ รักชนก” งง! หลังปลัดดีอียืนยันไม่พบพิรุธ TH-AI Passport จี้ทำหนังสือยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร เดินหน้าส่ง สตง.-ป.ป.ช. ไล่ตรวจสอบ
วันที่ 18 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นัดหมายการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจง ข้อมูลโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ TH-AI Passport แจก AI ใช้ฟรี 5 ล้านสิทธิ วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ว่า พูดตรงๆ วันนี้กรรมาธิการไม่ได้รับข้อมูลอะไรใหม่เพิ่มเติม แต่สาธารณชนได้รู้ว่า ในการพยายามตามหาความจริงรักษาผลประโยชน์ของประชาชนแต่กลับมีบางคนที่ไม่ได้เห็นเหมือนกับเรา เช่น ในภาคส่วนของ สส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ออกมาว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตัวประธานกรรมาธิการ หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรี ดูเหมือนเป็นการออกมาช่วยปกป้องรัฐมนตรีช่วยแก้ไขข่าวให้ วันนี้หลายคนจะมีการแย่งทำหน้าที่กันใหญ่เลย กว่าจะได้ประชุมก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และดำเนินการประชุมไปแบบตะกุกตะกัก
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามวันนี้มีหน่วยงานร่วมตรวจสอบมาร่วมประชุมด้วยทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติต่างๆ เช่น TOR ที่ส่อว่าจะมีการล็อคสเปคและผิดพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่ห้ามตั้งเงื่อนไขที่จะระบุว่าเป็นยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ในข้อ 5 ของ TOR ก็ชัดเจนว่ามีการระบุว่าจะต้องเป็นบริษัทที่มีจอ Billboard ทั่วประเทศและมีจอที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่เจ้า ดังนั้นข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณชนไปหมดแล้ว แต่ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ก็ยังไม่เห็น ข้อต่อมาคือการลอก TOR ในโครงการเนชั่นแนล เครดิต แบ้งค์ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทางคณะร่างก็ยอมรับยืนยันในที่ประชุม มาเป็นเรื่องของการ PR ทั้งๆ ที่ตนยืนยันในที่ประชุมว่า ตั้งแต่โครงการนี้เป็นคนละวัตถุประสงค์กัน อีกประเด็นคือ ถ้าย้อนไปวันแถลงข่าว ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ก็เคยร่วมงานกับบริษัทแพลนบีมาก่อน ซึ่งอาจจะไม่ได้ผิดอะไร
น.ส.รักชนก กล่าวว่า แต่ที่น่าตั้งข้อสังเกตคือสิ่งที่นายนิธิกร เคยเปิดข้อมูลไปว่าบริษัท plan B เคยทำโครงการ plan ai passport มาก่อน และยังสามารถหาดูได้ในตลาดมือ 3 ของ Application แต่พอเราเปิดเผยข้อมูลไปข้อมูลเกี่ยวกับ Application นี้ก็ถูกลบออกไป ถ้าไม่ผิดทำไมถึงพยายามลบตรงนี้ก็สอดคล้องกับการ จดทะเบียนของบริษัท plan B และฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ เป็นที่เดียวกัน แถมยังมียูมีโอหรือ คนที่เป็นผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงสุดท้ายเป็นคนคนเดียวกัน แต่นั้นจะให้ช่วยได้อย่างไรว่ามันไม่มีความผิดปกติอะไรเลย ตนคิดว่าถ้าคิดด้วยสามัญสำนึก ของปุถุชนคนธรรมดาฟังแค่นี้ก็ต้องรู้สึกผิดกฎปกติแล้ว แต่ปลัดกระทรวงดีอีก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้สิ่งที่ตนพูดมานี้อาจจะเข้าข่าย พ.ร.บ.ฮั้วประมูล หรือไม่ ที่ทำให้สีนี้ไม่ได้เป็นการแข่งขันที่สมบูรณ์ ทั้งหมดที่เรานำเสนอ มานี้ ตอนแรกมาทบทวนอีกครั้งในการประชุมครั้งนี้และตั้งข้อสังเกตให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสตง.และป.ป.ช. และตั้งข้อสังเกตส่งเป็นหนังสือถึงปลัดกระทรวงดีอี เพื่อให้ท่านได้ตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่ง ให้ยืนยันอีกครั้งว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ส่วนกรรมาธิการกฎหมายนายรังสิมันต์โรมได้ยืนยันว่าบริษัท ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 49% ของบริษัทฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ คือ Outdoor Media Investment ที่จดทะเบียนจัดตั้งที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งคนที่ทำ TOR บอกว่าคนที่จดจัดตั้งคือคนฮ่องกง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ความจริงคือคนชื่อเดียวที่ถือหุ้นบริษัท plan B ซึ่งเขียนเอาไว้ในงบการเงินปี 58 นายรังสิมันต์จึงตั้งข้อสังเกตว่ามีความคาบเกี่ยว มีความซับซ้อนกันอยู่ อันนี้หากสอบว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นจริงสุดท้ายจะต้องมีการแยกย้ายไทยโอนเงินออกไป ดังนั้นกรรมาธิการกฎหมายจึงอยากโฟกัสเส้นทางการเงินและ ความถูกต้องในส่วนนี้
เมื่อถามว่า มีการยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และไม่สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดของโครงการได้ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ใช่ แต่เรื่องที่ปุถุชนคนธรรมดาที่มีสามัญสำนึก ในการรักษาผลประโยชน์สาธารณะเพิ่งจะตระหนักได้ท่านปลัดกระทรวงดีๆก็ไม่ได้เห็นเหมือนกับคนปกติธรรมดาทั่วไป โดยฉันยังยืนยันว่าใช้หลังจริงเป็นระเบียบราชการ บอกทำทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบราชการทุกประการ แต่สิ่งที่กรรมาธิการรู้สึกคือเราไม่รู้จะถามอะไรแล้วในเมื่อท่านปลัดอย่ามากกว่า 10 ครั้งว่าถึงอย่างไรก็คงจะเดินหน้าต่อและไม่พบเห็นความผิดปกติในโครงการนี้
ปลัดกระทรวงดีอี ให้ข้อมูลว่าหากมีการปรับเปลี่ยนอาจจะทำให้มีข้อกังวลว่าถูกเอกชนฟ้องร้อง น.ส.รักชนก กล่าวว่า สัญญาใน TOR มีข้อที่ทางราชการสามารถบอกเลิกได้ แม้จะเกิดการฟ้องร้องก็ตามแต่ ตนคิดว่าถึงอย่างไร ก็เขียนไว้ใน TOR อยู่แล้วทางรัฐก็ได้เปรียบอยู่แล้ว ดังนั้นสามารถอ้างอิงอันนี้ในการยกเลิกโครงการหรือยกเลิกสัญญาได้ขอย้ำว่าตนไม่ได้ขัดขวางถ้าท่านยังอยากยินดีที่จะทำโครงการนี้ท่านยืนยันว่าเป็นโครงการที่ดี AI จำเป็นต่อประเทศนี้ ตนก็เห็นด้วย เราเห็นด้วยว่าประเทศนี้ประชาชนควรได้ทดลอง AI ในแบบโปร แต่ท่านเห็นด้วยกับเราหรือไม่ว่าโครงการนี้มันส่อที่จะมีข้อผิดปกติมีข้อพิรุธสงสัยเต็มไปหมด ถ้าท่านเห็นความสำคัญแล้วพับโครงการนี้ไปตั้งใหม่ในปีถัดไป ถ้าท่านนายกฯ เห็นความสำคัญของ AI ก็ให้พักโครงการไปก่อนแล้วไปของบประมาณในปีถัดไป แล้วทำให้ตรงไปตรงมา TOR ให้ตรงไปตรงมา กระบวนการที่จะสอบ ว่าฮั้วประมูลหรือไม่เพื่อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่ ท่านไปเคลียร์ให้ทุกอย่างไม่มีปัญหาก่อนก็ได้ งบประมาณไม่ว่าตั้งมาในปีไหนก็ได้ใช้ แต่เมื่อปีนี้เห็นว่ามีปัญหาแล้วทำไมจึงยังเลือกลุยไฟแล้วทำต่อ
เมื่อถามต่อว่า เรื่องนี้จะมีการส่งอำนาจต่อให้กับกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องหรือไม่ น.ส.รัชนก กล่าวว่า ในนามปัจเจกเรา ก็คงยื่นหน่วยงานตรวจสอบอยู่แล้วส่วนกรรมาธิการ ประชุมรัฐถัดไปอาจจะเชิญผู้ตรวจการแผ่นดิน สตง.และป.ป.ช. มาหาดูเรื่องนี้อีกครั้ง ไล่เรียงเหตุการณ์กันไปว่าที่ประชุมรอบนี้ไปแล้วหน่วยงาน เมื่อรับรู้แล้ว มีพฤติการณ์ปรากฏแบบนี้ได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ตอนนั้นอาจจะต้องเดินควบคู่ขนานกันไปทั้งงานกรรมาธิการและฐานะส่วนบุคคล
#ไอซ์รักชนก #THAIPassport #THAIPassportAI #กระทรวงดีอี #สตง #ปปช #ตรวจสอบงบประมาณ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








