ประชุมสภาปมแอปพลิเคชัน ‘TH-AI PASSPORT’ เดือดระอุ! ‘ศุภชัย ใจสมุทร’ ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรม เดินวอล์กเอาต์รอบสอง ซัดแกนนำพรรคประชาชนตั้งป้อมรุมถล่มรัฐบาล ขณะที่ ‘ชาดา’ ลุกโต้ ยอมรับโง่เรื่องไอทีแต่ไม่ยอมให้ใครมาด้อยค่าโครงการรัฐ ท้าฝ่ายค้านถ้ามีหลักฐานทุจริตให้ยื่น ป.ป.ช. ฟันได้เลย ก่อน ‘ไอซ์ รักชนก’ สวนกลับ ฝากบอก ‘อนุทิน’ คนภูมิใจไทยทำสภาวุ่น
วันที่ 18 มิ.ย. 2569 เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตรวจสอบโครงการ TH-AI PASSPORT ยังคงเกิดความวุ่นวายและถกเถียงกันอย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เหตุเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ชี้แจงเสร็จสิ้น น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ร่างขอบเขตงาน หรือ ทีโออาร์ (TOR) เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดต่อ ในจังหวะนั้น นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้พยายามยกมือขอขัดจังหวะเพื่อพูด แต่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พยายามคัดค้านและขอให้กระบวนการชี้แจงดำเนินต่อไปก่อน ทำให้นายศุภชัยกล่าวสวนว่า ขอพูดเพียง 2 นาทีแล้วจะออกจากห้องประชุมทันที
นายศุภชัย กล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า ตนจะไม่ขอร่วมประชุมในวาระนี้อีก และเมื่อพูดเสร็จจะเดินทางออกจากห้องประชุมทันที "ผมจะไม่มีคำถามกับผู้ที่เข้ามาชี้แจงในวันนี้ เพราะผมได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งว่า พวกท่านได้เซ็ตอัพกันมา โดยมีการเชิญผู้นำฝ่ายค้านมาเป็นเซ็ตอัพให้กับพรรคประชาชนเพื่อมาซัดเรื่องนี้ ผมขอบอกว่าผมไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วยในกรณีนี้" นายศุภชัย กล่าว ก่อนจะลุกออกจากห้องประชุมไปทันที ซึ่งถือเป็นการ Walk out เป็นรอบที่ 2
ต่อมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เข้าร่วมประชุมเพิ่มเติม พร้อมชี้แจงว่า ตนได้ติดตามการถ่ายทอดสดผ่านสื่อมวลชนและมีข้อสงสัยสำคัญจึงขออนุญาตประธานเข้าร่วมประชุม ซึ่งตนมองว่า แม้หน่วยงานรัฐจะชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้ โดยตั้งคำถามโดยตรงไปยังตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยชี้พิรุธ 3 ประเด็นหลัก คือพบแอปพลิเคชันของเอกชนใน App Store ที่มีเนื้อหาคล้ายโครงการ TH-AI PASSPORT แต่ปัจจุบันถูกลบไปแล้ว มีการแก้ไขขอบเขตงาน (TOR) ที่อาจเข้าข่ายการล็อกสเปก (Lock Spec) หรือเขียนให้สอดคล้องกับอีกกระทรวงหนึ่งภาพลักษณ์ของเจ้าของธุรกิจเอกชนรายใหญ่ ที่ปรากฏว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงทางอ้อมกับผู้มีอำนาจในโครงการนี้
หัวหน้าพรรคประชาชน จึงจี้ถาม ป.ป.ช. ว่า หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงและสามัญสำนึก กรณีเช่นนี้สามารถตั้งข้อสงสัยได้หรือไม่ว่า มีการตกลงกันเบื้องหลังหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น
ด้าน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ยกมือขอชี้แจงก่อนออกจากห้องประชุมเนื่องจากมีนัดพบแพทย์ โดยนายชาดากล่าวยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเองไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์และเรื่องไอที และไม่รู้ว่าโครงการ TH-AI PASSPORT มีประโยชน์อย่างไร ซึ่งเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้เช่นกัน อย่างไรก็ตามตนมองว่าสิ่งที่พรรคประชาชนกำลังทำอยู่ คือการ "ด้อยค่าโครงการของรัฐบาล"
"ถ้าโครงการนี้มีเงื่อนงำจริง มีการทำผิดหรือทุจริตจริง ไม่ต้องเรียกมาประชุม ไม่ต้องตั้งคำถาม ให้รวบรวมหลักฐานไปยื่น ป.ป.ช. เลย และก่อนยื่นก็ขอให้แถลงข่าวต่อสังคมให้ชัดเจน ผมพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ยืนยันว่าไม่เอาอนาคตทางการเมืองมาเสี่ยง และจะไม่ร่วมทำลายประเทศแน่นอน" นายชาดา ระบุ
นอกจากนี้ นายชาดายังยอมรับว่า ผู้บริหารของบริษัท แพลน บี (Plan B) มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทยจริง แต่เรื่องการล็อกสเปกหรือไม่นั้น ขอให้พรรคประชาชนเก็บข้อมูลไปยื่นฟ้องได้เลย ไม่ต้องมานั่งไล่บี้ในห้องประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนที่นายชาดาจะเดินออกจากห้องประชุม ได้เดินเข้าไปลากลุ่มกรรมาธิการ ทำให้ น.ส.รักชนก ศรีนอก กล่าวสวนกลับทันทีว่า วันนี้คนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาขัดขวางการประชุมจนทำให้การดำเนินงานไม่ราบรื่น พร้อมฝากนายชาดาไปแจ้งต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้รับทราบถึงพฤติกรรมดังกล่าวด้วย








