กมธ.ติดตามงบประมาณฯ เดือดปะทุ! "ศุภชัย ใจสมุทร" เปิดศึกฉะ "ไอซ์ รักชนก" ชงเองเออเอง ยัดวาระตรวจสอบโครงการแจกสิทธิ AI ฟรี "TH-AI Passport" มูลค่า 1,600 ล้านบาท ตามใจชอบ ชี้ทำตัวซ้ำซ้อน ไร้อำนาจหน้าที่ ด้าน "ณัฐวุฒิ" สมทบค้านผิดข้อบังคับ-กมธ.ดีอีเอสจ่อสอบสัปดาห์หน้าอยู่แล้ว สุดท้ายตกลงไม่ได้ แกนนำภูมิใจไทยกอดคอไขก๊อกวอล์กเอาต์ ลั่นขอยุติเข้าร่วมสังฆกรรม จี้ประธานสภาฯ ชี้ขาดด่วน
วันที่ 18 มิ.ย. 2569 เวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม ได้เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นอย่างหนัก โดยวาระการประชุมดังกล่าว เป็นการนัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูล โครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ TH-AI Passport แจกสิทธิการใช้ AI ฟรี 5 ล้านสิทธิ วงเงินงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท เนื่องจากภาคประชาชนและสังคมยังมีข้อสงสัยหลายประการ ทั้งเรื่องความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในร่างขอบเขตงาน (TOR) โดยได้ส่งหนังสือเชิญ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มาร่วมให้ข้อมูล ซึ่งนายไชยชนก ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดีอีเอส เข้าชี้แจงแทน
น.ส.รักชนก ชี้แจงต่อที่ประชุมในช่วงเริ่มต้นว่า ได้มีการส่งหนังสือไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว และในการประชุมแต่ละครั้งจะให้เจ้าหน้าที่บันทึกการประชุมอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ น.ส.รักชนก ชี้แจงเสร็จสิ้น นายศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการฯ ได้เอ่ยปากทักท้วงทันที โดยระบุว่า คณะกรรมาธิการทั้งหมดนั้นยังไม่ได้มีมติที่ชัดเจนร่วมกันว่าจะมีการพิจารณาในเรื่องใด และเห็นว่ากรรมาธิการชุดนี้ไม่น่าจะมีอำนาจในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยตรง และหากมีการพิจารณาซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการชุดอื่น ก็จะยิ่งทำให้หน่วยงานผู้เข้าชี้แจงเกิดความสับสน
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการฯ ได้กล่าวทักท้วงเสริมว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาหรือไม่ เพราะตามหลักเกณฑ์การประชุมร่วมกันนั้น ไม่ว่าจะกี่วาระก็ตาม จะต้องมีการยื่นเรื่องไปที่ประธานคณะกรรมาธิการในชุดนั้นๆ เพื่อให้พิจารณาอนุมัติเสียก่อนว่าจะให้มีการประชุมร่วมกันหลายคณะหรือไม่ ซึ่งตนได้พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายแล้ว แต่กลับไม่มีความชัดเจนว่ามีการยื่นเรื่องตามขั้นตอนจริงหรือไม่
"ประการต่อมาคือ วาระในวันนี้คาดว่าน่าจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดที่รับผิดชอบโดยตรงมากกว่า ซึ่งก็คือ คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ตนทราบข้อมูลมาว่ามีการยื่นเรื่องไปยังกรรมาธิการชุดดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการเปิดประชุมพิจารณาในสัปดาห์หน้า เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาตอบคำถามซ้ำซ้อนอีก เพราะเป็นการเสียเวลาในการชี้แจงของหน่วยงานรัฐ" นายณัฐวุฒิ ระบุ
นายศุภชัย กล่าวต่ออีกว่า แม้เรื่องนี้จะถูกบรรจุเข้าสู่วาระที่ประชุมแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเพียงการดำเนินการโดยความเห็นชอบของตัวประธาน กมธ. เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง กรรมาธิการฝ่ายกฎหมายไม่ได้ร่วมพิจารณาเห็นชอบในเรื่องนี้ด้วย และไม่ควรเอาความเห็นส่วนตัวของประธานเพียงคนเดียวมาบรรจุเป็นวาระการประชุม ทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการตามระเบียบอยู่ หากยังมีข้อสงสัย ก็ควรส่งเรื่องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานสภาฯ เป็นผู้ชี้ขาดว่าโครงการ TH-AI Passport อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของกรรมาธิการชุดใด เพื่อไม่ให้เป็นการทำผิดกระบวนการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปด้วยความตึงเครียดและไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ส่งผลให้ นายศุภชัย ใจสมุทร พร้อมด้วยกรรมาธิการบางส่วน ตัดสินใจลุกออกจากโต๊ะและเดินออกจากห้องประชุมทันที โดยประกาศกร้าวว่า "ขอไม่ร่วมสังฆกรรม" ในการพิจารณาครั้งนี้ เนื่องจากกระบวนการยังไม่มีความชัดเจน และเห็นควรเร่งส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ชี้ขาดอำนาจหน้าที่ที่แท้จริงก่อน








