วันที่ 3 มิ.ย. 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเปิดโปง “ระบอบอากง” ซึ่งเป็นการทุจริตตำแหน่งข้าราชการในหน่วยงาน กทม. ว่า เราได้พูดยืนยันมาตลอด ว่าเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งใน กทม. คือความโปร่งใสในการบริหารงานของ กทม. และการทำให้ กทม.ปราศจากการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ คือเจตจำนงของผู้ว่าฯ กทม.และฝ่ายบริหาร
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าการที่มีคนออกมาพูดเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องดี หากจะเอาหลักฐานมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รู้ได้เห็น หรือหากมีการกล่าวหาใดๆ ก็ตาม ก็ควรเอาหลักฐานที่จับต้องได้ มาให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบ เพราะการจะเข้ามาเป็นนักการเมือง ต้องพร้อมที่จะโปร่งใส และยอมให้ได้รับการตรวจสอบอยู่แล้ว ยํ้าว่าเจตจำนงของฝ่ายบริหารเป็นเรื่องสำคัญ เราจะเห็นได้ว่าการทุจริตต่างๆ หากฝ่ายบริหารมีเจตจำนงที่ดี จะทำได้ตั้งแต่การป้องกัน และยินดีให้ตรวจสอบ
เมื่อถามว่า เป็นความบกพร่องของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.ก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูด แต่หากผู้ที่กล่าวหาเรื่องนี้มีข้อมูลหรือหลักฐานอะไร ก็อยากให้พิจารณาที่ข้อเท็จจริงมากกว่า
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนเคยพูดเรื่องการคอร์รัปชั่นก่อนหน้านี้ พบพิรุธอะไรบ้างหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่เราเคยพูดก่อนหน้านี้ เราเคยยกกรณีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว เช่นลู่วิ่งออกกำลังกาย เราเปรียบเทียบให้ดูว่า หากผู้ว่าฯ กทม.และทีมบริหาร เป็นตนและพรรคประชาชน เรายินดีที่จะใช้ข้อมูลในการของบประมาณเหล่านั้นตั้งแต่ต้นทาง ที่สามารถนำเอไอไปใช้ในการตรวจสอบได้ เป็นสิ่งที่เราเปรียบเทียบว่าจะเกิดขึ้นในยุคของตน
เมื่อถามว่า เอไอสามารถตรวจสอบการโยกย้ายข้าราชการได้หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการโยกย้ายข้าราชการ เป็นเจตจำนงของฝ่ายบริหาร ซึ่งต้องแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เอไอ หรือเครื่องมืออาจจะไม่สำคัญเท่ากับเรื่องนี้








