วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) โดยระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการพบปะกับผู้สมัคร สก. ตามหน้างานและให้กำลังใจกัน ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้พบกับผู้สมัคร สก. เขตลาดกระบัง และกลุ่มคนทำงานเพื่อพูดคุยและให้กำลังใจสำหรับการทำงานร่วมกันในอนาคต หากเป็น สก. เก่าที่คุ้นเคยกันอยู่แล้วก็ได้มีการทักทายกันตามปกติ อย่างไรก็ตาม ตนเองไม่ได้ประกาศว่าจะสนับสนุนใครเป็นพิเศษ โดยขอให้ทุกคนลงพื้นที่ให้มากเพื่อนำปัญหามาแบ่งปันและช่วยกันคิด พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้ให้การสนับสนุนกลุ่มผู้สมัครใดเป็นพิเศษและยังไม่มีใครในใจ
สำหรับกรณีที่มีผู้สมัคร สก. นำป้ายหาเสียงไปติดบนรถสองแถวซ้อนกับป้ายของตนนั้น นายชัชชาติชี้แจงว่า ไม่อยากให้เกิดความสับสน เนื่องจากในช่วงที่มีการว่าจ้างรถสองแถวนั้นได้มีข้อตกลงขอให้ติดเพียงป้ายเดียวเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือทีมเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรังเกียจส่วนตัว แต่ต้องการให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่พูดคุยกันไว้คือ “ให้ติดป้ายเดียว” โดยตั้งใจจะใช้รถโดยสารหมวด 4 เพื่อเข้าถึงประชาชนและนำป้ายหาเสียงกระจายไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ พร้อมกล่าวเน้นย้ำว่า “เราไม่ได้รังเกียจที่ตัวคน ไม่ว่าใครจะเอามาติดซ้อนกับเราก็ไม่อยากให้ติด เพราะไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจผิด ขอให้เป็นป้ายเดียว ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ติดของเรา”
เมื่อถามถึงกรณีการติดป้ายเดี่ยวของคนอื่น นายชัชชาติกล่าวว่าสามารถทำได้แล้วแต่บุคคลนั้น ๆ แต่ในส่วนของตนเองตอนที่ดำเนินการเช่านั้นมีเงื่อนไขคือการเช่าติดเพียงคนเดียวเพื่อไม่ให้คนสับสน และยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคลแต่อย่างใด ซึ่งการติดป้ายในลักษณะนี้ถือเป็นการสนับสนุนชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยอย่างรถสองแถวที่กำลังลำบากแทนที่จะจ้างรายใหญ่เพียงอย่างเดียว โดยได้มีการแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้วว่าต้องการสนับสนุนให้รถหมวด 4 มีรายได้ เพราะถือเป็นเส้นเลือดฝอยที่เดินทางเข้าสู่บ้านเรือนประชาชนได้อย่างแท้จริง แม้รายได้จะไม่มากนักแต่ก็ช่วยพาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่อาจไม่ได้รับข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียและไม่ทราบหมายเลขผู้สมัคร ป้ายเหล่านี้จึงมีความจำเป็นในการลงพื้นที่ตามตรอกซอกซอยเพื่อให้ประชาชนมองเห็นได้อย่างทั่วถึง








