วันที่ 1 มิ.ย.69 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมสถานการณ์การเมืองในสภาล่าสุด ว่า พรรคประชาชนค่อนข้างที่จะเป็นผู้ตาม ทั้งเรื่องเงินกู้ 4 แสนล้าน ก็ยื่นตามหลังหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เขาชวนไปร่วมลงชื่อ ก็ไม่ยอมไปร่วมกับเขา แล้วไปบอกว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์ไม่สมบูรณ์แบบ ทั้งที่จริงแล้ว เท่าที่ตนเข้าใจ พรรคประชาธิปัตย์มีทีมกฎหมายที่ค่อนข้างเข้มแข็งมาก ถ้าจะเทียบก็คือเก่งที่สุดในประเทศได้เลย เพราะไม่เคยแพ้คดีเวลาฟ้องใคร ไปดูสถิติได้
“แล้วคุณบอกว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์ไม่สมบูรณ์มันเป็นการเล่นการเมืองแบบไปแซะคนอื่น แล้วไม่ใช่ความจริง เขาเก่งกว่าคุณ เอาง่ายๆ พรรคเขาไม่เคยโดนยุบ พวกคุณโดนยุบเรื่องหุ้นสื่อซ้ำซาก ทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก โอเค มันก็อาจจะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เราก็ต้องยอมรับ แต่ความละเอียดรอบคอบ คุณสู้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่แล้ว แล้วคุณก็ไปกล่าวหาว่าร่างของเขาไม่ดีเท่าของตัวเอง” น.ส.ธิษะณา กล่าว
ลักษณะเหมือนนายอภิสิทธิ์จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านเสียมากกว่า ทั้งที่มีจำนวน สส. แค่ 20 กว่าคนแล้วโพ่ที่ผ่านมาก็คือนายอภิสิทธิ์ได้คะแนนนำโดดเด่นมากกว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แต่นายณัฐพงษ์ก็ออกมาแก้ต่างว่ามีคนหลายคนในพรรคประชาชนที่ติดโพล รวมกันแล้วคะแนนได้มากกว่า ตนคิดว่าคุณอย่าลืมว่าเวลาเข้าคูหากาได้แค่ใบเดียว ตนคิดว่าไม่น่าจะวิเคราะห์โพลอย่างถูกต้อง
ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า สถานการณ์เข้าทางพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ซึ่งจะเลือก สสร. โดยการเลือกตั้งทางอ้อม ที่ใช้ผู้แทนราษฎรจากสภาล่าง คือ สส. และสภาบน คือ สว. ถ้าถามตนว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ตนก็คิดว่าเป็นประชาธิปไตยระดับหนึ่ง เพราะการเลือกตั้งทางอ้อมก็มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนก็เลือกผู้แทน แล้วผู้แทนก็มาเลือก สสร. ตนคิดว่าถ้าในบริบทนี้ที่พรรคประชาชนชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมาก เขาจะไม่ออกมาพูดว่าให้การเลือกตั้ง สสร. 100% แต่เขาจะให้ผู้แทนเป็นคนเลือก สสร. เพราะตัวเขามีจำนวน สส.มากที่สุด
“โครงสร้างนี้เคยมีการพูดกันในพรรคประชาชนว่าจะให้เป็นแบบนี้ คือเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมดีหรือไม่ ว่าเราเป็นคนเลือก สสร. เพราะตอนนั้น เขามั่นใจว่าจะได้เสียงส่วนมากในรัฐสภา หลังจากที่ชนะเลือกตั้งปี 2566 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก็มีการพูดถึงหลากหลายรูปแบบในการเลือก สสร. แต่ยังไม่ได้มีการตกผลึก 100% ว่าจะเป็นอย่างไร แต่การเลือกตั้งทางอ้อมก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เป็นประชาธิปไตย” น.ส.ธิษะณา กล่าว
น.ส.ธิษะณา ขยายเพิ่มเติมว่าการเลือกตั้งทางอ้อมไม่ใช่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาผูกขาดแค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแต่เป็นสภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งด้วย แต่บังเอิญว่ารอบนี้พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง 190 กว่าเสียง ทำให้ได้เปรียบอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้พรรคเสียงข้างน้อยต้องเสนอร่างของตนขึ้นมา ซึ่งตนก็เห็นด้วยทั้ง 2 รูปแบบ แต่ถ้าได้ร่างของพรรคภูมิใจไทย มันก็จะเอียงไปทางภูมิใจไทย
“แต่นั่นแหละ คุณก็ต้องรับสภาพ เพราะคุณคิดว่าคุณแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้วคิดว่าทางภูมิใจไทยสร้างมาอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนหน้าว่าจะออกมาแบบนี้ เพราะเขาน่าจะเตรียมการก่อนจะยุบสภา ว่าหลังยุบสภา เขาจะต้องชนะเลือกตั้ง ได้เสียงข้างมาก เขาเตรียมโยกย้ายข้าราชการเสร็จสรรพอย่างที่ทุกคนทราบดี พอเขาได้สภาล่าง เขาก็คิดว่ารูปแบบการร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นแบบที่เขาวางไว้“ น.ส.ธิษะณา กล่าว
น.ส.ธิษะณา กล่าวด้วยว่า คุณพูดว่าเป็นระบอบน้ำเงินหรืออะไร แต่ สส.พรรคภูมิใจไทย ก็มาจากการเลือกตั้ง เหมือนกับที่คุณพูดว่าระบอบทักษิณ แต่นายทักษิณ ชินวัตร ก็มาจากการเลือกตั้ง แม้อุดมการณ์เขาจะเป็นแบบไหนก็ตาม
เมื่อถามว่าคนในพรรคประชาชน เช่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ก็เคยออกมาเปิดเผยว่าทราบอยู่แล้วว่าฉากการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นแบบนี้ และพรรคประชาชนมีแผนรองรับ มั่นใจได้หรือไม่ว่าจะทำสำเร็จ น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า เขาพูดแบบนี้ทุกครั้ง รอบที่แล้วเขาก็พูดแบบนี้ ก่อนที่จะโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าเขาสามารถควบคุมได้ ด้วยการที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และจะใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจในการควบคุมรัฐบาล สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ กลายเป็นว่าพรรคข้าราชการใหญ่สุด มีการโยกย้ายข้าราชการ แต่งตั้ง กกต. องค์กรอิสระเขาวางไว้หมด เพราะฉะนั้น รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่ได้ช่วยในการกดดันพรรคภูมิใจไทยไม่ให้เติบโตได้ ส่วนแผนที่พรรคประชาชนวางไว้ ตนคิดว่าถ้ามีการ Compromise (ประนีประนอม) ซึ่งถ้าไม่ Compromise ก็ค่อนข้างยากแล้ว เพราะพรรคประชาชนไม่ได้ชนะเสียงข้างมากเหมือนเดิม อำนาจต่อรองก็ค่อนข้างน้อย จะไม่มีใครมาขอเสียงรอบนี้ ครั้งที่แล้วนายอนุทินได้เสียงน้อย จำเป็นจะต้องมาขอเสียงจากประชาชน ในการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตอนนี้ไม่ต้องพึ่งพรรคประชาชน แม้จะเป็นทางใดก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเสนออะไร มันก็เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่สามารถกดดันเขาได้โดยวิธีทางใดต่อไปเหมือนก่อนหน้านี้
“เหมือนพรรคประชาชนพยายามจะทวงบุญคุณว่าที่ไปโหวตนายกรัฐมนตรีมาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ดิฉันไม่ได้บอกว่าแนวทางที่พรรคประชาชนเสนอเป็นแนวทางที่ผิด ก็เป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่คุณน่าจะประเมินสถานการณ์พลาด ไม่สามารถกดดันพรรคภูมิใจไทยได้” น.ส.ธิษะณา กล่าว
น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้พรรคประชาชนโดนบีบด้วยซ้ำจากคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล เสนอแก้ไข ม.112 แล้วตนคิดว่าที่พรรคประชาชนไม่ได้ร่วมลงชื่อกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องเขากระโดง น่าจะเป็นเพราะเรื่องคดี 44 สส.
เมื่อถามว่าเกมของพรรคประชาชนตอนนี้ ที่ให้ สส. ออกมาวิจารณ์รัฐบาลอย่างดุเดือด เช่น การพูดเรื่องประกันสังคมหรือเรื่องต่างๆ ในระยะยาวสามารถช่วยให้พรรคประชาชนประชาชนมีกระแสกลับมาได้หรือไม่ น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่นำเสนอว่าคนรับมากน้อยแค่ไหน อย่างเรื่องประกันสังคมก็เป็นชุดข้อมูลที่ดี แต่ตนคิดว่าหากมีการโจมตีด้วยข่าวปลอมเยอะ ก็จะลดความน่าเชื่อถือลง เช่น สนาม กทม. หากเกมของพรรคประชาชนทำอย่างรอบคอบก็เป็นไปได้ที่จะทำให้คะแนนตก ซึ่งหากเราจะเทียบเกมในสภาเรื่องการตรวจสอบ พรรคประชาธิปัตย์เก่งกว่าเยอะ เขาทำมาหลาย 10 ปี เป็นฝ่ายค้านมาตลอดชาติ ในการตรวจสอบก็ต้องดูเกมว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบแล้วเห็นผลลัพธ์มากกว่าพรรคประชาชนมากน้อยแค่ไหน สุดท้ายการออกมาพูดทำให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมจริงมากน้อยแค่ไหน
“คุณออกมาพูดเรื่องประกันสังคม แล้วคุณสามารถผลักดันในการแก้กฎหมายหรือออกประกาศกระทรวง กระทรวงแรงงานจะเอาด้วยกับคุณหรือไม่ ให้เกิดประสิทธิภาพ อย่างนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ทำเรื่องทำฟันฟรี เป็นการการเมืองเชิงสร้างสรรค์และเห็นผลเป็นรูปธรรม แก้วคิดว่าประชาชนอยากเห็นอะไรแบบนี้มากกว่า ไม่ใช่ว่าคุณพูดไปเรื่อยๆ ด่าไปเรื่อยๆ เพื่อเอาไลก์ เอาแชร์ เอาความสะใจ แต่สุดท้ายประชาชนไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยนอกจากได้รับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารเพียงเท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ตอบสนองความต้องการของประชาชนจริงๆมันไม่เกิด เหมือนเขาทำงานไม่เป็น ทำได้แค่ออกมาพูด” น.ส.ธิษะณา กล่าว
น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า หากเป็นแบบนี้สุดท้ายจะถูกกล่าวหาว่าดีแต่พูด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยโดนเรื่องนี้มาก่อนด้วยทั้งที่ก็ดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรม ในเรื่องการดำเนินคดีผู้กระทำผิด








