วิเคราะห์ผลสำรวจดัชนีการเมืองไทย 2 เดือนล่าสุดของ “สวนดุสิตโพล” เมื่อตัวเลขที่นั่งในสภาสวนทางกับคะแนนนิยมรายบุคคล ถอดรหัสชั้นเชิงทางการเมืองที่ทำให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จากพรรค 21 เสียง ครองอันดับ 1 นักการเมืองฝ่ายค้านที่โดดเด่นที่สุด แซงหน้าผู้นำฝ่ายค้าน 120 เสียงอย่าง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”
ในสมรภูมิการเมืองไทย "จำนวนเสียงในสภา" อาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำหนด "ความโดดเด่น" ในสายตาของประชาชน ปรากฏการณ์ที่น่าพิศวงนี้ถูกสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย” โดยสวนดุสิตโพล ประจำเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2569 ในหัวข้อ "นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด"
โดยอันดับ 1 ตกเป็นของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีเพียง 21 เสียงในมือ แต่สามารถครองแชมป์ความโดดเด่นติดต่อกันได้ถึง 2 เดือนซ้อน (27.82 % ในเดือน เม.ย. และ 25.19 % ในเดือน พ.ค.)
ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งมีขุมกำลังถึง 120 เสียง และมีตำแหน่งเป็นถึง "ผู้นำฝ่ายค้าน" แต่กลับได้คะแนนตามหลังแม้กระทั่งลูกพรรคของตนเองอย่าง “รักชนก ศรีนอก” ถึง 2 เดือนซ้อน (17.24 % ในเดือน เม.ย. และ 24.59 % ในเดือน พ.ค.)
อะไรคือเบื้องหลังกลเกมการเมืองที่ทำให้ “อภิสิทธิ์” สามารถชิง "สปอตไลต์" ไปจากผู้นำฝ่ายค้านได้ ? บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่ชวนให้ขบคิดและตั้งข้อสังเกต ดังนี้
1. เกมชิงพื้นที่ข่าวรายวัน ตัดหน้าพรรคใหญ่
เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2569 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “อภิสิทธิ์” มีความโดดเด่นนำหน้า คือ "ความฉับไวในการจับประเด็น”
กรณี ป.ป.ช. ยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ทันทีที่กระแสข่าวนี้ถูกจุดขึ้นมา “อภิสิทธิ์” และทีมงานพรรคประชาธิปัตย์เลือกที่จะเปิดหน้าชนอย่างรวดเร็ว ด้วยการตั้งโต๊ะแถลงข่าวจี้ให้ ป.ป.ช. ชี้แจงต่อสังคมทันที การตอบสนองที่ทันท่วงทีนี้ทำให้คุณอภิสิทธิ์ยึดครองพื้นที่หน้าสื่อและสร้างภาพจำในฐานะ "ผู้ตรวจสอบหลัก" ไปได้ก่อน
ในขณะที่พรรคประชาชน แม้จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการล่ารายชื่อเพื่อยื่นเอาผิด ป.ป.ช. แต่เมื่อเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน จึงทำให้การสื่อสารในข่าวรายวันเสียเปรียบ และถูกชิงความโดดเด่นไปโดยปริยาย
2. ชั้นเชิงการกำหนดวาระ บนสมรภูมิการเมือง
กรณี "การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ตามรัฐธรรมนูญ การยื่นร่างแก้ไขต้องใช้เสียง สส. ไม่น้อยกว่า 100 เสียง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงไม่พอ แต่สิ่งที่ “อภิสิทธิ์” ทำคือ การออกแอคชั่นอย่างรวดเร็ว ด้วยการแถลงแนวคิดที่น่าสนใจ เพื่อช่วงชิงกระแสความตื่นตัวของสังคม ในขณะที่พรรคประชาชนชักช้า จนถูก “พรรคภูมิใจไทย” ชิงยื่น “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ตัดหน้า
แต่เมื่อเข้าสู่กลไกสภา พรรคประชาธิปัตย์ก็ปฏิบัติตามมารยาททางการเมืองอย่างเคร่งครัด ด้วยการลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคผู้นำฝ่ายค้าน
ข้อสังเกต: เกมนี้ “อภิสิทธิ์” ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ในแง่การรับรู้ เขาได้เครดิตในฐานะผู้ริเริ่มที่โดดเด่นไปแล้วจากหน้าสื่อ แต่ในแง่ในสภา เขาก็ยังรักษามารยาทพรรคร่วมได้อย่างไร้รอยต่อ ขณะที่พรรคประชาชนแม้จะเป็นเจ้าภาพตัวจริงในทางนิติบัญญัติ แต่กลับถูกชิงความโดดเด่นในหน้าสื่อ
3. ถอดรหัสตัวเลข : สาเหตุที่กระแสเท้งพลิกฟื้นในเดือนพฤษภาคม
แม้ “ณัฐพงษ์” จะรั้งอันดับ 3 ทั้ง 2 เดือน แต่หากดูเปอร์เซ็นต์คะแนน จะพบแนวโน้มที่น่าสนใจ ดังนี้
เดือนเมษายน 2569 : อภิสิทธิ์ (27.82 %) ณัฐพงษ์ (17.24 %) ห่างกันถึง 10.58 %
เดือนพฤษภาคม 2569 : อภิสิทธิ์ (25.19 %) นำณัฐพงษ์ (24.59 %) ห่างกันเพียง 0.60 %
การที่ “ณัฐพงษ์” ทำคะแนนก้าวกระโดดขึ้นมาหายใจรดต้นคอในเวลาเพียงเดือนเดียวนั้น คาดว่าเป็นผลจาก จังหวะในการเปิดวาระทางการเมือง “ระบอบสีน้ำเงิน” ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม
ซึ่งเป็นจังหวะที่สอดรับและใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่สวนดุสิตโพลทำการสำรวจ (26-29 พฤษภาคม 2569) การเปิดประเด็นใหญ่ที่กระแทกใจสังคม จึงกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ดึงสปอตไลต์กลับมาที่ผู้นำฝ่ายค้าน แต่ก็ยังไม่เพียงพอในการแซง “อภิสิทธิ์” ขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ได้
4. บทสรุปชวนคิด
ผลโพลดัชนีการเมืองไทยในรอบ 2 เดือนนี้ ในภาพรวมแสดงให้เห็นอย่างกระจ่างชัดว่า เหตุใด “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ถึงยังคงยึดแท่นแชมป์อันดับ 1 ในใจประชาชนในฐานะนักการเมืองฝ่ายค้านที่โดดเด่นที่สุดไว้ได้สำเร็จ
บทสรุปที่แท้จริงคือความเชี่ยวชาญในการใช้ศิลปะการรับรู้ และชั้นเชิงการเมืองที่เหนือชั้น “อภิสิทธิ์” พิสูจน์ให้เห็นว่า การจะสร้างความโดดเด่นในหน้าสื่อไม่จำเป็นต้องอาศัยเสียงในสภาจำนวนมาก แต่ขึ้นอยู่กับ "จังหวะก้าว" ที่ฉับไวในการชิงตัดหน้าแถลงจุดยืน ทั้งในศึกตรวจสอบ ป.ป.ช. และศึกแก้รัฐธรรมนูญ ก่อนจะสลับโหมดกลับมาทำหน้าที่สนับสนุนตามมารยาททางการเมืองในสภาอย่างสง่างาม
มันคือการเดินเกมที่ได้ทั้ง "กระแสศรัทธาจากสังคม" และ "ความชอบธรรมในระบบรัฐสภา" นี่คือคำตอบว่าทำไมภาพลักษณ์ผู้ตรวจสอบมืออาชีพของ “อภิสิทธิ์” ยังคงโดดเด่นจนคว้าอันดับ 1 "นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด" ของสวนดุสิตโพล ถึง 2 เดือนซ้อน
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม








