"โสภณ ซารัมย์" ลงพื้นที่ตรวจเหตุการณ์น้ำฝนทะลักท่วมห้องเก็บขยะชั้นใต้ดินอาคารรัฐสภาด้วยตัวเอง ยอมรับโครงสร้างอาคารเป็นระบบเปิดรับน้ำ แต่ท่อระบายน้ำมีขนาดเล็กเกินไปจนระบายไม่ทัน ชี้บางจุด เช่น ทางหนีไฟไม่มีหลังคา เข้าข่ายออกแบบไม่เหมาะสม สั่งเร่งแก้ไขป้องกันเกิดเหตุซ้ำ พร้อมคลอดมาตรการเข้มงวดคัดแยกขยะ หลังพบวันประชุมสภาฯ ขยะล้น เผยมาตรการลดค่าไฟสภาฯ เริ่มเห็นผลสถิติลดลงชัดเจน
วันที่ 22 พ.ค.2569 เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงน้ำฝนทะลักลงชั้นบี1 ในพื้นที่ห้องเก็บขยะ จนพบภาพขยะลอยเกลื่อน เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า อาคารรัฐสภาเป็นอาคารเปิดรับน้ำ ซึ่งคนมองว่าการก่อสร้างเป็นปัญหา แต่ตนไม่ได้บอกว่ามีปัญหาจริงหรือไม่ จึงไปดูด้วยตา ซึ่งพบว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำฝนไหลลงมาจากทางลงของรถยนต์จากชั้น1 ไหลลงมาชั้นบีหนึ่ง ขณะที่ท่อระบายน้ำนั้นมีขนาดเล็ก ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน นอกจากนั้นตนยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทุกชั้น โดยเฉพาะชั้น9 ที่เป็นพื้นที่เปิดรับน้ำ ขณะที่ท่อน้ำทิ้งมีขนาดเล็ก ทำให้เกิดปัญหาว่าเมื่อมีฝนตกปริมาณมาก ท่อน้ำระบายไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม
“ผมได้สั่งให้้แก้ไข ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น เพราะบางเรื่องนั้นออกแบบไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่ทางหนีไฟที่ไม่มีหลังคา ทั้งนี้จะพยายามไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก ผมได้กำชับเรื่องขยะ โดยประชุมร่วมกับฝ่ายบริหารของข้าราชกาสภาฯ ต่อไปจะใช้มาตรการคัดแยกขยะให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ในวันประชุมสภาฯ และประชุมวุฒิสภา พบว่ามีปริมาณขยะจำนวนมาก ดังนั้นต้องให้ความสำคัญ ตั้งแต่การคัดแยกขยะ รวมถึงขอความร่วมมืออย่าทิ้งขยะ ซึ่งต่อไปจะเป็นมาตรการที่เข้มงวด” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามถึงมาตรการประหยัดไฟของสภาฯ ได้ผลหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ตนจะมีรายงานตัวเลขให้ทราบ โดยเปรียบเทียบการใช้ไฟก่อนออกมาตรการและหลังออกมาตรการ เบื้องต้นพบว่าสามารถลดค่าไฟได้








