ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมขยายการตอบโต้ หากสหรัฐเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่
ณ เวลา 19.07 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.52 ดอลลาร์ หรือ 0.61% สู่ระดับ 85.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 0.51 ดอลลาร์ หรือ 0.56% สู่ระดับ 91.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. สะท้อนแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
สื่อรายงานว่า อิหร่านกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในยุโรป หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดฉากทำสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน
แหล่งข่าวภายในรัฐบาลอิหร่านระบุว่า กองกำลังอิหร่านกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการโจมตีทรัพย์สินหรือฐานทัพของสหรัฐในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ เช่น บัลแกเรีย ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วได้อนุมัติให้กองทัพสหรัฐสามารถใช้ฐานทัพอากาศเบซเมอร์ในการเติมเชื้อเพลิงให้แก่เครื่องบินรบของสหรัฐ
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า ไซปรัสก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่อาจถูกโจมตี หากสหรัฐเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความกังวลต่อการขยายวงของความขัดแย้งออกไปนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง
อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้แต่งตั้งกลุ่มสายแข็งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญด้านความมั่นคงและการทหารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน และผู้บัญชาการทหารรายอื่น ๆ เตือนว่า หากเกิดสงครามเต็มรูปแบบครั้งใหม่ อิหร่านจะขยายยุทธศาสตร์จากเดิมที่มุ่งโจมตีฐานทัพสหรัฐ แหล่งพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง ไปยังเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปนอกภูมิภาค
นายทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของเคซีเอ็ม กล่าวว่า “ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ปริมาณการขนส่งทางเรือยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก ทำให้ราคาน้ำมันยังคงมีค่าพรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์แฝงอยู่”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าววานนี้ว่า สหรัฐไม่มีการเจรจาใด ๆ กับอิหร่าน และช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดอยู่ ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวของอิหร่านที่ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงที่การเผชิญหน้าระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ และทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนมากขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ หรือ อีไอเอ ในวันนี้ หลังจากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา หรือ เอพีไอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันกลั่นของสหรัฐลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนราคาน้ำมันในตลาดโลก
#ราคาน้ำมัน #น้ำมันดิบ #WTI #เบรนท์ #ราคาน้ำมันวันนี้ #อิหร่าน #สหรัฐ #ทรัมป์ #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตะวันออกกลาง #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าววันนี้








