"โสภณ ซารัมย์" จับมือ "มงคล สุระสัจจะ" ลุยตรวจอาคารรัฐสภาหลังหมดประกัน พบห้องถูกปล่อยทิ้งร้างและศาลาแก้วทรุดโทรมหนัก จ่อปรับปรุงพื้นที่ทำประโยชน์ เป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองและจัดนิทรรศการ เล็งดึง กทม. ทำเนอสเซอรี่-เปิดถนนคนเดิน ยิ้มเจื่อนรับยังไม่มีงบซ่อม ต้องใช้จิตอาสา Big Cleaning ทุกเดือน ยันไม่เกี่ยวสายมู แต่เน้นลงมือทำ
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 14.30 น.ที่อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา พร้อมด้วย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา และคณะทำงาน ได้เดินทางมาตรวจสอบอาคารรัฐสภาภายหลังจากหมดระยะเวลาประกันผลงาน ซึ่งภาระหน้าที่ในการซ่อมแซมและปรับปรุงนับจากนี้จะตกเป็นของรัฐสภา โดยนายโสภณได้เดินสำรวจห้องต่าง ๆ ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งาน รวมถึง "ศาลาแก้ว" ซึ่งตั้งแต่สร้างเสร็จยังไม่เคยเปิดใช้งานเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม
นายโสภณ เปิดเผยภายหลังการตรวจพื้นที่ว่า จากการลงพื้นที่สำรวจพบจุดที่ต้องเร่งปรับปรุงจำนวนมาก โดยเฉพาะห้องว่างที่สร้างไว้แต่กลับปล่อยทิ้งร้างตั้งแต่เริ่มสร้างเสร็จ รวมถึงศาลาแก้วที่ต้องหาแนวทางนำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า แทนที่จะปล่อยทิ้งไว้ให้ไม้ต้องเผชิญแดดและดูแลรักษายาก สร้างเป็นสัญลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้ แต่มันต้องสร้างแล้วเกิดประโยชน์สูงสุด
"เรากำลังทำสภานี้ให้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ฉะนั้นก็ต้องทำให้สมกับฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เวลาเราไปต่างประเทศ เรามักจะมอง 2 จุดสำคัญคือทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งสภาของเราตั้งอยู่บนทำเลที่สวยงามติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีระบบขนส่งทั้งรถไฟฟ้าและท่าเรือรองรับ จึงควรได้รับการพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ" นายโสภณ ระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงแหล่งงบประมาณในการนำมาปรับปรุงหลังหมดประกัน นายโสภณ ยอมรับตรงไปตรงมาว่า "ยังไม่มีงบประมาณ" กำลังอยู่ระหว่างคิดหาแนวทาง โดยตนและข้าราชการต้องช่วยกันนำทีมทำ Big Cleaning ทุกเดือน และบางครั้งประธานรัฐสภาต้องลงมือตัดต้นไม้เอง แนวคิดการบริหารงานของตนคือ ผู้บริหารมีหน้าที่แก้ปัญหา หากปล่อยทิ้งปัญหาไว้เฉย ๆ ทุกอย่างจะง่าย แต่ถ้าลงมือแก้จะยาก ซึ่งตนเลือกที่จะทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
สำหรับแนวทางการใช้พื้นที่ในอนาคต นายโสภณ มีแนวคิดเตรียมปรับปรุงศาลาแก้วให้เป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง หรือใช้เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการเพื่อให้ประชาชนเข้าชม พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเนอสเซอรี่เพื่อรองรับบุตรหลานข้าราชการ โดยหารือร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตลอดจนการพิจารณาระเบียบข้อบังคับเพื่อให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาเช่าพื้นที่จัดสัมมนาหารายได้เข้าสภา ดีกว่าปล่อยให้ตึกทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานราชการและสมาชิกทุกฝ่ายเข้ามาจัดกิจกรรมในช่วงวันหยุด รวมถึงมีแนวคิดจัดตั้ง "ถนนคนเดิน" บริเวณด้านหน้ารัฐสภาหลังการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้วเสร็จ พร้อมทิ้งท้ายถึงประเด็นความเชื่อว่า ตนเป็นคนยึดถือเรื่องการกระทำมากกว่าสายมู การจะทำให้ทุกอย่างเจริญก้าวหน้าได้ต้องมาจากผลงานและการปฏิบัติจริงเท่านั้น








