อิหร่านกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในยุโรป หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดฉากสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 69 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในรัฐบาลอิหร่านว่า กองกำลังอิหร่านกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการโจมตีทรัพย์สินหรือฐานทัพของสหรัฐในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ เช่น บัลแกเรีย ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วได้อนุมัติให้กองทัพสหรัฐสามารถใช้ฐานทัพอากาศเบซเมอร์เป็นสถานที่เติมเชื้อเพลิงให้แก่เครื่องบินรบของสหรัฐ
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า ไซปรัสก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่อาจถูกโจมตี หากสหรัฐเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่
ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า อิหร่านไม่มีข้อจำกัดในการตอบโต้ หากสหรัฐเป็นฝ่ายรุกราน โดยกล่าวว่า “อิหร่านจะปกป้องตนเองไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม เราจะขยายการตอบโต้ไปไกลกว่าภูมิภาค และโจมตียุโรปด้วย”
แหล่งข่าวยังระบุว่า อิหร่านกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการโจมตีสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้ทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์ความขัดแย้งบานปลายและนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงมากขึ้น
ภัยคุกคามดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นของอิหร่าน โดยรัฐบาลอิหร่านเริ่มเชื่อว่าการกลับมาเกิดสงครามอีกครั้งเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น มากกว่าจะเป็นคำถามว่าสงครามจะเกิดขึ้นหรือไม่
อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้แต่งตั้งกลุ่มสายแข็งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญด้านความมั่นคงและการทหารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน และผู้บัญชาการทหารรายอื่น ๆ ออกมาเตือนว่า หากเกิดสงครามเต็มรูปแบบครั้งใหม่ อิหร่านจะขยายยุทธศาสตร์การตอบโต้จากเดิมที่มุ่งโจมตีฐานทัพสหรัฐ แหล่งพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง ไปยังเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปนอกภูมิภาค
ท่าทีดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่า หากเกิดการปะทะทางทหารครั้งใหม่ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ความขัดแย้งอาจขยายวงจากตะวันออกกลางไปยังพื้นที่อื่น รวมถึงยุโรป และอาจกระทบต่อความมั่นคง ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในหลายประเทศ
#อิหร่าน #ทรัมป์ #สหรัฐ #สงครามอิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #ยุโรป #ฐานทัพสหรัฐ #ช่องแคบฮอร์มุซ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด








