วันที่ 20 พ.ค.69 ที่รัฐสภา กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อเรียกร้องให้เร่งดำเนินการรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาในการยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
โดยตัวแทนกลุ่ม คปท. ระบุว่า การที่ ป.ป.ช. ยกคำร้องในกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ถือเป็นการทำลายคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีความละเอียดกว่า 50 หน้า ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับสังคมในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงขอให้ฝ่ายค้านใช้กลไกสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 รวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาให้ครบ 140 รายชื่อ เพื่อตรวจสอบว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้กล่าวรับเรื่องโดยยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นพ้องในการใช้สิทธิของสมาชิกสภาเพื่อตรวจสอบองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าในการดำเนินการอยู่แล้ว ขณะที่นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ทางพรรคกำลังยกร่างคำร้องฉบับนี้ รวมถึงรวบรวมคำร้องเดิมในสมัยสภาชุดที่ 26 ที่เคยถูกประธานสภาคนก่อนวินิจฉัยยกคำร้องไปก่อนยุบสภาเพียงหนึ่งวันมาพิจารณาใหม่
โดยจะมีการเพิ่มข้อเท็จจริงใหม่และแยกฉบับคำร้องเพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาคนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ หรือภายในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน 2569 จึงจะสามารถยื่นเรื่องได้ เนื่องจากมีข้อมูลเพิ่มเติมจากภาคประชาชนและเจ้าหน้าที่หลายส่วนส่งเข้ามาประกอบ
ทั้งนี้ประเด็นหลักคือการตรวจสอบการทำงานของกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 8 ท่าน ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ โดยเฉพาะระยะเวลาที่ใช้พิจารณาคำร้องว่าใช้เวลาเพียงกี่นาทีหรือกี่วาระ เนื่องจาก ป.ป.ช. มีหน้าที่ไต่สวนมูลความผิดเสมือนพนักงานสอบสวน ไม่ใช่ผู้พิพากษาที่จะวินิจฉัยตัดตอนคดีที่มีมูลไปเสียเอง
ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมร่วมลงชื่อให้ครบ 140 เสียงตามที่กฎหมายกำหนด และจะมีการยื่นคำร้องแยกเฉพาะตามกฎหมาย ป.ป.ช. ในประเด็นที่ ป.ป.ช. ยังไม่ได้วินิจฉัยกรณีของนายศักดิ์สยามเพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้พรรคยังให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องเรื่องการติดตามการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งพรรคเกาะติดเรื่องนี้มาโดยตลอดและจะแถลงมาตรการติดตามต่อไป
ทางด้านนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวเสริมว่าแม้พรรคจะมีเพียง 1 เสียง แต่พร้อมสนับสนุนการพิทักษ์ประโยชน์ของชาติ ซึ่งจากการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติที่ตกผลึกชัดเจนว่าต้องร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้ผ่านประธานรัฐสภาตามมาตรา 236
ส่วนนายเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่าพรรคทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ประชาชนอย่างเต็มที่และจะไม่ยอมให้ใครทำผิดกฎหมาย โดยเห็นด้วยว่ากรณีของนายศักดิ์สยามและกรณีภาษีหุ้นชินคอร์ปมูลค่า 17,000 ล้านบาท จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยและคำพิพากษา
นอกจากนี้ยังฝากพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ช่วยลงนามในคำร้องกรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง ที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดแล้วแต่ยังไม่มีการปฏิบัติตาม เพื่อร่วมกันรักษาธรรมาภิบาลและสมบัติของชาติ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอบคุณทุกส่วนที่มาร่วมยื่นหนังสือในวันนี้ พร้อมย้ำว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน และจะระมัดระวังในการใช้กลไกตรวจสอบเพื่อไม่ให้เป็นการก้าวล่วงขอบเขตอำนาจหน้าที่ แต่จะเน้นการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรอิสระให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง








