วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรีคทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.กษิดิศ เพิ่มพูนวิวัฒน์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ ปปท. เขต 1 มอบหมายเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ส.ป.ก.สระบุรี สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) อำเภอมวกเหล็ก และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองย่างเสือ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีบุกรุกพื้นที่ป่าในบริเวณวัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอริยะ (วัดป่าชนะใจ) พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และชนะใจ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยวอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี
จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณประตูทางเข้าถูกปิดและคล้องกุญแจ พร้อมติดป้าย “ปิดชั่วคราว” และระบุเบอร์ติดต่อแอดมิน ขณะที่บรรยากาศภายในพื้นที่เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่พบพระสงฆ์ แม่ชี หรือผู้ดูแลอาศัยอยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ยังพบร่องรอยการก่อสร้าง การปรับปรุงภูมิทัศน์ การปลูกต้นไม้ และทำความสะอาดพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางลูกรังด้านหลังพื้นที่ ซึ่งพบร่องรอยการใช้เครื่องจักรหนักตัดไหล่เขา ทำถนน และปรับพื้นที่บนภูเขา โดยมีการก่อสร้างสาธารณูปโภค อาทิ แทงก์น้ำ ห้องสุขา และพื้นที่พักอาศัยบนจุดชมวิวที่เรียกว่า “ผาชนะใจ” พร้อมสังเกตพบการปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติมในหลายจุด
นายกิติวุฒิ ศัพทเสวี นิติกรชำนาญการพิเศษ ส.ป.ก.สระบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ที่เคยอนุญาตให้เกษตรกรใช้ประโยชน์และภายหลังมีการสละสิทธิ์ ก่อนถูกนำมาก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และอีกส่วนเป็นพื้นที่ปฏิรูปที่ดินซึ่งยังไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าทำประโยชน์ แต่กลับมีการบุกรุกสร้างถนน ขุดดิน และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ขณะนี้ ส.ป.ก. ได้แจ้งความดำเนินคดีกับพระชัยวัฒน์และผู้เกี่ยวข้องแล้ว รวมถึงอยู่ระหว่างประเมินความเสียหายในคดีแพ่งเพิ่มเติม โดยพบพื้นที่ได้รับความเสียหายจากการบุกรุกประมาณ 200 ไร่ และมีพื้นที่ยื่นขอใช้ประโยชน์เพิ่มเติมอีกกว่า 1,200 ไร่ ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาต
ด้านนางสาวสินีนาฏ จิตอรุณ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ ปปท. เขต 1 ระบุว่า จากการลงพื้นที่ยังพบการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับถนน ลงหินคลุก และการเดินสายไฟ สะท้อนว่ายังมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการนำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่เพิ่มเติม
นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 กับสถานปฏิบัติธรรมดังกล่าวไว้แล้ว โดยคดีถูกโอนไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อดำเนินการต่อ พร้อมประเมินความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท และส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวน เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและให้ออกจากพื้นที่
ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรีคทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอความร่วมมือจากภาคประชาชนช่วยสอดส่องดูแลพื้นที่ และแจ้งเบาะแสเพื่อป้องกันการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติในลักษณะดังกล่าวอีก








