ดูเหมือนกระบวนการในการยื่นสอบกรณี ป.ป.ช. ยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นของพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชนนั้นจะล่าช้าจนผิดสังเกต หากย้อนดูไทม์ไลน์จริงของกรณี "ศักดิ์สยาม" สังคมเริ่มตั้งคำถามรุนแรงและเกิดวิกฤตศรัทธาต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เมื่อมีมติยกคำร้องสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชนิดค้านสายตา ในเชิงการเมืองนี่ควรเป็น"นาทีทอง” ของฝ่ายค้านควรจะขยับกระชับพื้นที่ป.ป.ช.
ทว่า กว่าที่พรรคประชาชนจะนัดประชุมวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ เพื่อตั้งคณะกรรมการสางปมนี้ เวลาได้ทอดยาวมาจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม แม้ก่อนหน้านี้ได้ส่งหนังสือทวงเอกสารเกี่ยวกับกรณีศักดิ์สยาม เพื่อรอยื่นคำร้องต่อประธานสภาในช่วงปลายเดือนก็ตาม
แต่ก็น่าตั้งข้อสังเกตว่าในระหว่างที่พรรคประชาชนกำลังยึกๆยักๆอยู่นั้น ทำให้บทบาทผู้นำการตรวจสอบของฝ่ายค้านดูลดโทนความขลังลงไป และการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา อาจทำให้กระบวนการที่ "ยืดยาด" อยู่แล้ว เมื่อมาเน้นพิธีกรรมก็จะลากยาวออกไปอีก
แม้ในอีกมุมหนึ่ง พรรคประชาชน จะไม่อยากออกตัวแรง เพราะคาดการณ์เรื่องดุลอำนาจของฝ่ายตรงข้าม คือขั้นตอนของประธานสภาขั้วสีน้ำเงิน การขยับจะเร็วหรือช้า ก็ไม่อาจเปลี่ยนเกมคานอำนาจได้ก็ตาม
แต่ การที่วิปฝ่ายค้านขยับช้าในเรื่อง ป.ป.ช. มันก็ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า มีการ "ดีล" หรือ "เกรงใจ" ทางการเมืองในฉากหลังอีกหรือไม่? ในการเสียจังหวะก้าวในครั้งนี้
#บทบรรณาธิการ #ศักดิ์สยามซุกหุ้น #พรรคประชาชน #ปปช #การเมืองไทย #ฝ่ายค้าน #ข่าววันนี้ #บทวิเคราะห์การเมือง








