การเมืองทั่วไป

“จตุพร” ตอกย้ำการเมืองร้อน! แซะขอโทษ แต่ไม่จบ! ไอโอปั่นฟัด “แยม” แทรกแซงพื้นที่ชายแดนใต้

แชร์ข่าว

แม่ทัพภาค 4 ขอโทษแล้ว แต่ “ไอโอ”ยังไม่จบ ปลุกปั่นฟัด“แยม” มุ่งล็อกให้พื้นที่ชายแดนใต้ไม่สงบ แนะพูดคุยผู้นำศาสนา ปรับเข้าใจปอเนาะ แลกเปลี่ยนผู้นำชุมชน กระทุ้ง “นายกหนู” ใช้โอกาสสงคราม ต.อ.กลางรื้อโครงสร้างพลังงาน เน้นเป็นรัฐบาลวิกฤตใช้กฎหมายเข้มข้น

 

เมื่อ 17 เม.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เริ่มถูกสถานการณ์ทั้งนอกและในประเทศรุมกระหน่ำหนักหน่วงและเปราะบางที่จะถูกปัจจัยซ่อนความขัดแย้งเข้าแทรกแซงได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

สถานการณ์ภายในประเทศที่ร้อนระอุขึ้นนั้น เป็นกรณีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ในคืนวันที่ 20 มี.ค.) โดยวิถีกระสุนพุ่งเป้าไปที่เบาะหน้ามากกว่าเบาะหลัง ซึ่งนายกมลศักดิ์ นั่งอยู่จึงไม่โดนกระสุนใดๆ ทั้งสิ้น

 

อีกอย่างการลอบยิงในครั้งนี้ มีสิ่งผิดสังเกต เพราะผู้ก่อเหตุมุ่งลงมือในจุดมีกล้องวงจรปิดจับภาพได้ ดังนั้น จึงสงสัยถึงเจตนาผู้บ่งการต้องการอะไร มีเป้าหมายแท้จริงอะไร และ สส.กมลศักดิ์ ไปทำอะไรให้จึงถูกมุ่งหมายเอาชีวิต

 

นอกจากนี้ คำสัมภาษณ์ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาค 4 ซึ่งเป็นทหารนักรบต้องเข้าใจบทเรียนการตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ขยายบานปลาย และฐปณีย์ เอียดศรีไชย หรือ แยม ถูกปฎิบัติการไอโอ (ปฏิบัติการข่าวสาร) ตามถล่ม เรื่องราวจึงไปกันใหญ่

 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีคำพูดของแม่ทัพภาค 4 กล่าวหาโรงเรียนปอเนาะเป็นแหล่งบ่มเพาะและฝึกการก่อการร้าย แล้วยังลามไปถึงการพบผู้นำศาสนาชาวอิสราเอล (ยิว) มานั่งหัวโต๊ะร่วมประชุม จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมไทยหวั่นวิตกท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางปะทุเข้มข้น

 

ดังนั้น เมื่อนายกฯ กับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ (บิ๊กดุลย์) รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ร่วมกับแม่ทัพภาค 4 และได้แถลงข่าวขอโทษประชาชนกับกรณีที่เกิดขึ้น ประกอบกับผู้นำศาสนาและโรงเรียนปอเนาะเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพภาค 4 ออกจากพื้นที่ภายใน 30 เม.ย.นี้ ซึ่งหวั่นจะลุกลามให้เกิดเรื่องแทรกซ่อนขึ้นมาอีกหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม การแถลงขอโทษของแม่ทัพภาค 4 กับแยม ผู้สื้อข่าวนั้น รมว.กลาโหมควรปล่อยให้แม่ทัพภาค 4 พูดอย่างสิ้นกังขา เพราะเป็นเรื่องที่เปราะบางมากนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล้งปี 2547 ในสมัยทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ได้ยกเลิกศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กับกองกำลังผสม พลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 43 (พตท.43) แล้วใช้รัฐตำรวจเข้ามาจัดการแทน ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบได้จนถึงบัดนี้

 

กระทั่งขณะนี้ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังต้องแลกกับความตายของประชาชนนับพันราย บาดเจ็บนับหมื่นคน และใช้งบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท แต่เหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีวี่แววว่าจะจบลงเสียที

 

นายจตุพร กล่าวว่า ตนบังเอิญได้คุยกับแม่ทัพภาค 4 ในเวลาสั้นๆ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในภาคใต้ ดูเหมือนแม่ทัพภาค 4 เป็นคนง่ายๆ ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง ไปไหนก็มีทหารติดตามแค่คนเดียว สิ่งสำคัญสถานการณ์ชายแดนใต้แทบเป็นปกติ แม้มีเหตุการณ์รุนแรงเป็นคราวๆ กันไป แต่บรรยากาศไม่มีความตึงเครียดเหมือนช่วงแรกของความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

 

ดังนั้น นายกฯ ควรตัดสินใจนำพาให้สถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้กลับมาเหมือนเป็นปกติตามเดิม เพราะเวลาไม่สงบมา 22 ปีตั้งแต่ปี 2547 นั้น ทั้งภาครัฐและประชาชนย่อมรู้ดีว่า อะไรเป็นอะไร เพียงแต่ว่า เสมือนหนึ่งต้องการล็อกความไม่สงบไว้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายให้ประชาชน

 

"กรณีที่เกิดขึ้นขณะนี้ เมื่อมีการเปล่งวาจาขอโทษกันแล้ว และแม่ทัพภาค 4 ควรเดินหน้าพูดคุยสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่าย ทั้งผู้นำปอเนาะ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนในพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจ...และให้พื้นที่กลับสู่เหตุการณ์ก่อนการปล้นปืน (เมื่อ 22 ปี)"

 

สิ่งน่าวิตกกังวลของแม่ทัพภาค 4 ยังตามมาอีก เมื่อไปพบผู้นำศาสนายิว อาจเป็นดาบสองคมได้ แม้มีเจตนาต้องการจัดระเบียบการอยู่อาศัย แต่การห้ามชาวยิวเข้ามาไทยด้วยระบบฟรีวีซ่าแล้วไปอาศัยที่ อ.ปาย เกาะพะงัน ภูเก็ต และ กทม. ต้องยอมรับว่า เป็นปัญหากันจริงๆ

 

ส่วนสงครามตะวันออกกลางนั้น นายจตุพร ประเมินว่า อิหร่านคงไม่ยอมปลดอาวุธตามที่สหรัฐต้องการ และอิหร่านเรียกร้องค่าชดเชยก่อสงครามด้วยเงินจำนวนมโหฬารถึง 2.7 แสนล้านล้านดอลล่าร์ ถ้าสหรัฐชดใช้ให้แล้วจะฉุดให้เศรษฐกิจพังพาบไปด้วยเช่นกัน

 

อีกทั้งสงครามตะวันออกกลางเห็นได้ชัดว่าจบลงยาก และไทยไม่ควรตื่นเต้นกับคำพูดของโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐถึงข่าวดีจากเจรจากัน เพราะไม่มีอยู่จริง อีกอย่างทรัมป์ประกาศชัยชนะทุกวัน แต่สิ่งที่เป็นจริงคือ สู้รบกันเข้าสองเดือนแล้วสหรัฐยังไม่ชนะสงครามเลย

 

นายจตุพร หวังว่า โอกาสนี้ไทยควรรื้อโครงสร้างพลังงาน ถ้าไม่จัดการแล้ว อาจไม่สามารถแก้ปัญหาพลังงานได้ และสถานการณ์จะบีบรัดมากขึ้น เพราะไม่รู้ว่า น้ำมันจะหมดเมื่อไหร่ ปุ๋ยจะขาดแคลนวันไหน การปลูกข้าวก็ลดลง ซ้ำร้ายอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจลดเหลือ 1.5 อยู่ท้ายกลุ่มประเทศอาเซียน

 

"ขอย้ำว่า รัฐบาลขณะนี้ ต้องเป็นรัฐบาลในยามวิกฤต โดยใช้กฎหมายเข้มข้น ถ้าไม่มีกฎหมายก็ตรากฎหมายมาใช้ แม้ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้คนยังพอแบกไหวอยู่ แต่อีกหนึ่งถึงสองเดือนข้างหน้าคงจะไม่ไหว และหลายกิจการจะมีอันเป็นไป"

#จตุพร #ปฏิบัติการไอโอ #แม่ทัพภาค4 #สงครามตะวันออกกลาง #สถานการณ์ชายแดนใต้ #การเมืองไทย #รัฐบาลวิกฤต #ขอโทษที่ไม่จบ #เศรษฐกิจไทย #กฎหมายเข้มข้น #พลเอกอดุลย์ #อิหร่าน #สงคราม #วิกฤตพลังงาน #เศรษฐกิจ

ข่าวแนะนำ