ป้าวัย 62 ปี ชาวอำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ร้องขอความช่วยเหลือหลังถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบโทรศัพท์และส่งคลิปเสียงข่มขู่ ทั้งที่ชำระเงินเกินกว่ายอดกู้แล้วรวมกว่า 33,000 บาท จากเงินต้น 20,000 บาท แต่ยังถูกทวงหนี้และขู่จะยึดบ้านกับที่ดิน จนต้องหอบเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านเพราะหวั่นถูกทำร้าย ขณะที่ก่อนหน้านี้เพิ่งสูญเสียสามีจากเหตุถูกฝูงต่อรุมต่อยจนเสียชีวิต
วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางพัชรี หรือ นางน้อย อายุ 62 ปี ชาวอำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี หลังได้รับความเดือดร้อนจากการกู้ยืมเงินนอกระบบจากนายทุนรายหนึ่งในพื้นที่บ้านเทพประทาน อำเภอน้ำโสม
นางน้อย เล่าว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ได้กู้เงินจำนวน 20,000 บาท เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ชำระค่างวดรถ และใช้เป็นทุนทำอาหารขาย เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ลดลง อีกทั้งสามีมีอาการป่วย โดยสัญญาเงินกู้มีการหักดอกเบี้ยล่วงหน้า และกำหนดให้ส่งดอกเบี้ยทุก 10 วัน ทำให้ต้องทยอยส่งดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่สามารถนำเงินไปตัดเงินต้นได้
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 สามีของตนเสียชีวิตจากเหตุถูกฝูงต่อรุมต่อย หลังเสร็จสิ้นงานศพ ตนได้นำเงินช่วยเหลือและเงินฌาปนกิจมาชำระหนี้ โดยเชิญผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานในการเจรจากับเจ้าหนี้ พร้อมมอบเงินอีก 24,000 บาท เพื่อปิดหนี้
นางน้อย ระบุว่า ตลอดระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ได้ชำระเงินไปแล้วรวมกว่า 33,000 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 20,000 บาท และดอกเบี้ยประมาณ 13,000 บาท แต่เจ้าหนี้ยังคงเรียกร้องเงินเพิ่ม โดยไม่แจ้งยอดที่ต้องการ พร้อมส่งคลิปเสียงข่มขู่ว่าจะนำบ้านและที่ดินไปประกาศขาย ทั้งที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์เป็นของเจ้าหนี้
"ฉันเคลียร์เงินไปหมดแล้ว แต่เจ้าหนี้ยังจะเอาเงินอีก พอถามว่าต้องการเท่าไหร่ก็ไม่ยอมบอก มีแต่ข่มขู่ ถ้าไม่มาเคลียร์จะยึดบ้านและที่ดิน ทำให้ตอนนี้ไม่กล้าอยู่บ้าน ต้องย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติ เพราะกลัวจะถูกทำร้าย" นางน้อย กล่าว
ผู้เสียหาย เปิดเผยอีกว่า ได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม และได้รับคำแนะนำให้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.น้ำโสม เนื่องจากพฤติกรรมของเจ้าหนี้อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา และการข่มขู่คุกคาม โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปเสียงที่ผู้ร้องเรียนอ้างว่าเป็นเจ้าหนี้และทีมงาน ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะกดดันและข่มขู่ให้กลับไปชำระหนี้ พร้อมระบุว่าหากไม่กลับมาเคลียร์ จะคิดดอกเบี้ยเพิ่ม และอาจดำเนินการกับบ้านพักของผู้กู้ อย่างไรก็ตามเงินกู้นอกระบบ ขณะนี้ผู้เสียหายอยู่ระหว่างเตรียมเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมาย
ข่าวภูมิภาค








