เมื่อวันที่ 13 เม.ย.69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเกาะติดสงครามอิสราเอล สหรัฐฯ กับอิหร่าน ทางช่อง TNN NEWS ว่า เจรจาล่ม! อิหร่าน "ชนะยกแรก" แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
1. อิหร่าน "ชนะ" ตั้งแต่ก่อนเจรจา?
ก่อนการเจรจา หลายคนเชื่อว่าสหรัฐฯ และอิหร่านคงจะตกลงกันได้บ้าง แต่ถือได้ว่าอิหร่าน "ชนะแล้ว" ตั้งแต่ก่อนเจรจา เหตุเพราะในทางการทูตถือว่าอิหร่านได้เปรียบตั้งแต่ต้นเพราะทำให้สหรัฐฯ ต้อง "ลดตัว" ลงมาพูดคุยกับประเทศที่จัดว่าอ่อนแอกว่าหรือสถานะทางอำนาจที่ "ต่ำกว่า" จึงแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว สหรัฐฯ มี "อำนาจ" (ในการต่อรอง) น้อยกว่าอิหร่านในสงครามครั้งนี้ (รับชมคลิปรายละอียดเรื่องนี้ใน Comment ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตนี้ไว้ก่อนการเจรจาครับ)
2. อิหร่านมี "อำนาจต่อรองสูงกว่าสหรัฐฯ"
ศาสตราจารย์คนสำคัญระดับโลก John Mearsheimer ได้เคยเตือนว่า อิหร่านจะไม่ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ เหตุเพราะได้เปรียบหรือมีอำนาจในการต่อรองสูงกว่าสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ข้อ คือ: 1) สามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซได้จริง; และ 2) สหรัฐฯ ไม่สามารถใช้กำลังเปิดช่องแคบได้ เหตุเพราะกำลังรบของตนร่อยหรอลงมาก และจะสูญเสียมากไปกว่าเดิมหากบุกเข้าไปในช่องแคบหรือภาคพื้นดิน
ศาสตราจารย์ Mearsheimer (เคยทำนายสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้ถูกต้อง) ยังได้ทำนายว่า ในที่สุดแล้ว อิสราเอลที่กำลัง "ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุ" ชาวปาเลสไตน์อยู่นั้น จะสร้างปัญหามากกว่านี้อีก และอาจถึงขั้นที่ใช้ระเบิดนิวเคลียร์ต่ออิหร่านได้ในอนาคต
3. เหตุที่ทำให้การเจรจาล่ม
ระหว่างการเจรจา มีการติดต่อกันไปกันมาของแต่ละทีมกลับไปยังผู้นำของตน แต่ในกรณีสหรัฐฯ นอกจากรองปธน. JD Vance แจ้งว่าได้ติดต่อกับปธน.ทรัมป์เป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว ทางรมต.กต.ของอิหร่านยังระบุว่า ทีมสหรัฐฯ ได้ติดต่อกับผู้นำของอิสราเอลด้วย อันเป็นการปล่อยให้นรม.เนทันยาฮูแทรกแซงการเจรจา
หลังการเจรจาถึง 21 ชั่วโมง รองปธน. JD Vance แถลงว่าอิหร่านปฏิเสธที่จะยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และไม่แสดงความตั้งใจจริงจัง (no fundamental commitment) ที่จะรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ซึ่ง Vance ยังระบุอีกว่า ข้อเสนอของตนนั้น เป็นข้อเสนอสุดท้ายและดีที่สุดแล้ว (best and final offer) และก็ได้เดินทางกลับสหรัฐฯ
ส่วนอิหร่าน ระบุผ่านสื่อของทางการว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ นั้น “เรียกร้องมากเกินไปและผิดกฎหมาย" (excessive demands and unlawful requests) ซึ่งจนท.ของอิหร่านระบุว่ามีข้อเสนอ 2-3 ข้อที่ทำให้การเจรจาล้มเหลวคือ เรื่องช่องแคบฮอร์มุซ เรื่องนิวเคลียร์ และเรื่องคืนทรัพย์สินที่สหรัฐฯ ได้ยึดไป
4. ในระยะสั้นอะไรจะเกิดขึ้น
ปากีสถานแจ้งว่า จะยังมีการประชุมกันของเจ้าหน้าที่ในวันที่สองอีก และจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางต่อไปในอนาคต
ปธน.ทรัมป์ ระบุว่าการเจรจาที่ล่มไปนั้น "ไม่มีผลต่อสหรัฐฯ" เพราะ "ชนะแล้ว" และกองกำลัง CENTCOM กำลังเปิดช่องแคบด้วยเรือกวาดทุ่นระเบิดและโดรนใต้น้ำ ซึ่งอิหร่านปฏิเสธว่าไม่จริง เป็น " fake news" แต่ปธน. ทรัมป์ยังได้ชี้นำว่าสหรัฐฯ อาจจะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซในอนาคตด้วย และล่าสุด ก็ได้ประกาศปิดล้อม (blockage) ช่องแคบแล้ว
นรม.เนทันยาฮูของอิสราเอลประกาศว่า สงครามกับอิหร่านและการสู้รบในเลบานอน "ยังไม่จบ" (is not over) เพราะยังต้องเดินหน้าอีก (still have more to do) และได้โจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตวันนี้อีกอย่างน้อยอีก 13 คน
ส่วนอิหร่านระบุผ่านสื่อว่า ยังไม่มีแผนที่จะเจรจาต่อในอนาคตและไม่รีบร้อนอะไร แต่โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านบอกว่า ”การเจรจาได้บรรลุข้อตกลงบางอย่าง“ (did reach agreement on some issues) แต่ไม่ควรคาดหวังกันว่าจะบรรลุข้อตกลงทั้งหมดจากการพบกันเพียงครั้งเดียว เพราะการดำเนินการทางการทูต "ไม่มีวันจบ" (diplomacy never comes to an end) และจะได้ประสานกับปากีสถานและเพื่อน ๆ ในตะวันออกกลางต่อไป
5. อนาคต: ระเบียบตะวันออกกลางใหม่เริ่มที่ช่องแคบฮอร์มุซ
สงครามครั้งนี้ แม้ว่าทำให้อิหร่านอ่อนแอลงในภาพรวม บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนไม่น้อย รวมทั้งผู้นำและกองกำลังที่เสียชีวิตไปอีกจำนวนนับพันนาย อีกทั้งขีดความสามารถทางทหารลดลง อิทธิพลและบารมีในภูมิภาค รวมทั้งเครือข่ายที่เคยยิ่งใหญ่ของอิหร่านเช่นในอดีตก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
แต่อิหร่านก็ไม่ล่มสลายหรือต้องเปลี่ยนระบอบจากเดิมอย่างที่สหรัฐฯ หรืออิสราเอลคาดหวัง ในทางกลับกัน ผู้นำอิหร่านที่เหลืออยู่ ก็น่าจะเข็มแข็งขึ้นกว่าเดิม และเดินหน้าต่อสู้ด้วยศักยภาพที่ยังเหลืออยู่ รวมทั้งจะพัฒนาขีดความสามารถขึ้นมาใหม่ในอนาคต ที่สำคัญ อิหร่านยังคงมีแร่ยูเรเนียม 970 ปอนด์ที่เพิ่มสมรรถนะไปแล้ว (อ้าง Chatham House) ซึ่งในอนาคต ก็คงจะนำไปทำอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเอง นอกจากนั้น อิหร่านยังมีขีปนาวุธเหลืออยู่ไม่น้อย และอาจจะได้รับมาเพิ่มจากพันธมิตรอีกตามการรายงานของฝ่ายข่าวกรองในหลายประเทศ จึงทำให้อิหร่านยังคงเป็นคุกคามในสายตาของอิสราเอล สหรัฐฯ และบางประเทศ
ที่สำคัญที่สุด อิหร่านได้ค้นพบอาวุธสำคัญใหม่ใน "สงครามอสมมาตร" ครั้งนี้ นั่นก็คือการตัดเส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงพลังงานและสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงลงได้แบบแทบจะเบ็ดเสร็จ ซึ่งได้กลายมาเป็นอำนาจในการต่อรองที่ทำให้อิหร่านได้เปรียบหรือยืนระยะใดได้ดีกว่าที่คาด
แต่ในอนาคต หากสหรัฐฯ และพันธมิตรไม่สามารถเปิดช่องแคบได้ด้วยกำลังทหารหรือด้วยการเจรจาทางการทูต และไม่สามารถคุ้มกันการเดินเรือในตะวันออกกลางให้ปลอดภัยได้ และอิหร่านเองก็ต้องเริ่มกลับไปพึ่งพานานาชาติเพื่อค้าขายและหารายได้เพื่อยืนระยะทางเศรษฐกิจและฟื้นฟูประเทศโดยต้องใช้เส้นทางเดียวกันนี้ด้วย ในที่สุดแล้ว อิหร่านก็คงจะต้องยอมเปิดช่องแคบอยู่ดี โดยมีนานาชาติกดดันและร่วมกันจัดระเบียบการเดินเรือในช่องแคบด้วยกรอบหรือกติกาใหม่กับอิหร่านและชาติต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายจึงคิดว่า หากมีกติกาใหม่ในช่องแคบนั้น จะต้องมีอิหร่านร่วมอยู่ด้วย แต่ไม่ใช่เป็นผู้ควบคุมการเข้าออกแต่เพียงชาติเดียวเช่นในขณะนี้ เพราะช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงเป็นน่านน้ำสากล มีกฎหมายระหว่างประเทศเป็นกรอบอยู่ แต่อิหร่านสามารถเป็นผู้ร่วมรักษาความปลอดภัยได้ และสามารถรับประโยชน์จากการเดินเรือของนานาชาติได้ด้วย
แต่เนื่องจากอิหร่านยังไม่ได้เข้าร่วมข้อตกลงทางทะเลกับสหประชาชาติ (UNCLOS) และอีกหลายชาติก็ยังไม่ได้มีข้อตกลงในการรักษาความปลอดภัยร่วมกันในช่องแคบ รวมทั้ง UAE บาห์เรน อิหร่าน และอื่น ๆ รวมทั้งหลายประเทศยังขัดแย้งกันเรื่องเส้นเขตแดนในทะเลด้วย ผู้เชี่ยวชาญจึงเห็นว่าควรเร่งเจรจากันเพื่อจัดทำกรอบในการดูแลช่องแคบร่วมกันโดยเร็ว
รูปแบบในการดูแลช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงในอนาคตนั้น อาจจะนำต้นแบบมาจากประเทศบริเวณอ่าวเอเดน อัฟริกาตะวันออก หรือแถบมหาสมุทรอินเดียตะวันตกก็ได้ แต่บางฝ่ายเชื่อว่ารูปแบบของช่องแคบมะละกา (MSP/TSS) ที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ประสบความสำเร็จในการร่วมกันดูแลและรักษาความปลอดภัยนั้น น่าจะใกล้เคียงกับรูปแบบที่นานาชาติต้องการในตะวันออกกลางที่สุด
แต่การจัดการร่วมกันในช่องแคบฮอร์มุซดังกล่าวก็จะต้องใช้เวลาไม่น้อย ที่สำคัญ อิหร่านจะต้องยอมปล่อยมือออกจากสิ่งที่ตนเองได้เปรียบที่สุดในสงครามครั้งนี้ ซึ่งก็จะไม่ง่ายอย่างที่หลายคนหวังไว้
* จาก Facebook Panitan Wattanayagorn (ปณิธาน วัฒนายากร)







