วันที่ 17 มี.ค.2569 เวลา 14.30 น.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯ พร้อมผู้อำนวยการทุกสำนักต่าง เพื่อหารือถึงมาตรการประหยัดพลังงานในพื้นที่รัฐสภา
โดยนายโสภณ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้ช่วยกันทำงาน เพราะประเทศไทยมีจุดอ่อน คือ เมื่อได้รับตำแหน่งแล้วจะแปลงร่างเป็นผู้วิเศษ ที่รู้หหมดทุกเรื่องจนประเทศเสียหาย ดังนั้นตนหวังว่าข้าราชการสภาฯ จะปกครองโดยระเบียบแบบแผนของข้าราชการ แต่ใจต้องปกครองกันแบบครอบครัว มีน้ำใจ สำหรับการแสดงความยินดีใครจะแสดงความยินดี มีดอกไม้หรือไม่ มีค่าเท่าเดิม ขอให้เก็บไว้ แต่หากใครมีโอกาสแสดง ขอให้ทำหน้าที่ ที่ดี ร่วมกันทำงาน เรื่องปฏิสัมพันธ์ส่วนตัวไม่ต้องห่วง ดีก็ใช้ ไข้ก็รักษา
“ผมจะดำรงความยุติธรรมให้ข้าราชการ เหมือนกับต้นไม่ใหญ่ถ้าตรง นกหนูก็อยากอยู่อาศัย ต้นไม้ใหญ่เอน นกหนูไม่กล้าอาศัย เพราะกลัวล้มทับ ผมสำนึกในเรื่องนี้ตลอดเวลา และปกติเป็นคนง่ายๆ สิ่งไม่ชอบคือ พิธีการ ตอนผมเป็นรองนายกฯ มีคนยืนตากแดดร้อนรอต้อนรับ ผมบอกว่า จบป.ตรี ทำไมต้องตากแดด ให้เข้าร่ม แต่ได้ยินเสียง ว่า ป.ตรีตากแดดไม่ได้ใช่หรือไม่
ทั้งที่ผมมองข้ามว่า แดดร้อนยืนทำไม ไม่เกิดประโยชน์ ทั้งนี้มีสิ่งที่ดึงเป็นดราม่า ที่ว่าผมพูดไปว่าตลก แต่คำว่าตลกของผมคือ พูดไม่ถูกกาลเทศะ ลึกๆ คือ หิวแสง ไม่ใช่เนื้อหาทั้งที่อยากให้เกิดการทำงาน อย่างงไรก็ดีอันไหนที่ไม่ดีอย่าทำ อย่าด้อยค่าบ้านตัวเอง ไม่ดีต้องปรับปรุง” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ ยังกล่าวถึงมาตรการการประหยัดพลังงานในอาคารรัฐสภา ว่า ตนงงตั้งแต่การออกแบบ เป็นอาคารที่ยากดูแล ซับซ้อน ดังนั้นจะใช้ห้องที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่าได้อย่างไร ทั้งนี้การประหยัดพลังงานมี 2 แนวทางคือ ประหยัดด้วยจิตวิญญาณ คือ ทำโดยไม่รอให้ใครบอก และใช้มาตรการเพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตนอยากให้สภาฯ ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 30% เมื่อเทียบกับช่วงที่ค่าไฟของสภาฯมีราคาสูงสุด เพื่อแสดงให้เห็นผลงาน เช่น จากค่าไฟที่ใช้ 10,000 บาท ให้เหลือ 7,000 บาท หรือ มีไฟ 100 ดวง ลดให้เหลือ 70 ดวง ห้องไหนที่สามารถใช้แสวงสว่างจากธรรมชาติได้ ให้ลดการเปิดหลอดไฟ เป็นต้น
“ผมขอให้วางมาตรการและแผนไว้ แม้จะทำไม่ได้ 100% แต่เป็นความพยายามที่จะทำ เพื่อทำให้เห็นเป็นภาพของสภาฯยุคใหม่ ทั้งนี้ตอนที่ผมอยู่กระทรวง มีการกินข้าวกับข้าราชการ 2 เดือนต่อครั้ง มีการเขียนข้อความถึงผม เพื่อสะท้อนการทำงาน โดยผมอยากให้มี เพื่อสะท้อนความคิดเห็น นอกจากนั้นแล้วขอให้พิจารณมาตรการลดการใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะ รวมถึงลดการใช้น้ำประปาในพื้นที่รัฐสภาด้วย" ประธานสภาฯ กล่าว








