“ประธานสภาฯ” โสภณ ซารัมย์ ฟาดกลับดราม่า "ตลกอาหารกลางวัน" ชี้เป็นเรื่องเก่าเล่าใหม่ที่ทุกพรรคเคยพูดแต่ไม่เคยแก้ ลั่นสภาชุดนี้เน้น "ผลงาน" ไม่เน้น "สร้างภาพ" พร้อมหั่นสวัสดิการได้ถ้าประชาชนไม่ชอบ แต่อย่าวิจารณ์จนสังคมขาดศรัทธา ย้ำ 19 มี.ค. โหวตนายกฯ ไม่วุ่นวายแน่นอน วอนสื่อและนักวิจารณ์อย่าปั่นข้อมูลเท็จจนคนเบื่อการเมือง พร้อม ชี้สถานการณ์ "ข้าวยากหมากแพง" ต้องประหยัดพลังงาน-งบประมาณ พร้อมขอเวลาพิสูจน์ผลงาน ลบภาพจำ "โสภณล้านปี" เน้นความโปร่งใสและสามัคคี
วันที่ 17 มี.ค.2569 เวลา 11.30 น.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้ยกเลิกเลี้ยงอาหารสส.ว่า เมื่อวานนี้ไม่รู้ว่าใครถาม แต่เอาคำพูดไปไม่จบ ที่บอกว่าตลก แล้วตนยิ้มหน่อยหนึ่ง ไม่ใช่ตลก เรื่องนี้ตนตลกคนที่ถามว่าสมาชิกที่พูดน่ะตลก เพราะใช้เวลาไม่ถูกกาลเทศะ แนวทางการทำงานของตนต้องเอาผล ไม่ใช่เอาภาพ สังคมเรา พอมีเรื่องที่เป็นภาพ ข้อมูลจริงบ้างไม่จริงบ้าง เอาไปลงเพื่อให้มันสะใจ ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก สังคมขาดความรัก ฉะนั้นต้องดู ตนก็พูดต่อไปว่าเรื่องนี้ที่บอกว่าตลก ตนไม่ได้หมายถึงเนื้อหา เรื่องยา เรื่องอาหารกลางวัน ตลกคือพูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม มันไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องนี้เขาพูดกันมานานแล้วในสมัยที่แล้ว หลายพรรคก็พูด เพื่อไทยก็พูด ภูมิใจไทยก็พูด พรรคประชาชนเองก็พูด หลายพรรคก็พูดเรื่องนี้ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อตนมาทำงาน ตนก็ตระหนักเรื่องนี้
“ฉะนั้นที่ว่าตลกผมเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ แล้วยังใช้เวลาที่ไม่เหมาะสม ผมก็พูดประเด็นเนื้อหา ผมยังพูดอธิบายต่อไปอีกว่าสุดแล้วแต่สมาชิก ถ้าสมาชิกเอาอย่างไร ผมก็ก็เอาอย่างนั้น แต่วันนี้ไม่ใช่แก้ข่าว มาขยายความตามข้อเท็จจริง เพราะประชาชนเหมือนว่ามี 2 มุม ผมจะบอกกับพี่น้องประชาชน คือ 1. สภาแห่งนี้จะมีสวัสดิการให้กับสมาชิกไหม หรือไม่มี ไม่มีเพราะเหตุผลอะไร ก็มาชั่งน้ำหนักดู การทำงานเหมาะสมที่จะได้รับสวัสดิการ ถ้าไม่ได้ ถ้าไม่ควรก็บอกว่าขันอาสาเข้ามาแล้วก็ไม่ต้องเอาสวัสดิการก็ไม่ต้องเอา ก็ประเมินชั่งน้ำหนักว่าควรไม่ควร แต่ยังไงก็แล้วแต่ในยุคผมเรื่องอาหาร เป็นเรื่องที่พูดกันมานานต้องได้รับการแก้ไข ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเหมาะสม เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่ประชาชนไม่ชอบ ประชาชนเบื่อก็อย่าทำ ถ้าอย่างงั้นเราสร้างศรัทธาไม่ได้ ดังนั้นการทำงานต้องสามัคคี และผม 3 คนจะทำตัวเป็นตัวอย่างความสามัคคี”นายโสภณ กล่าว
ประธานสภาฯ กล่าวต่อวา ตนไม่ได้พูดว่าประเทศไทยในยุคนี้ ไม่สามารถใช้ฮีโร่ จะมาแก้ไขปัญหาประเทศนี้ได้ นอกจากความร่วมมือของคนในชาติ ฉะนั้นตนพูดชัดเจนว่ามีวิธี ฉะนั้นก็สื่อความหมายไปยังพี่น้องประชาชนว่า เรื่องใดที่ตนพูดแล้ววันแสดงวิสัยทัศน์ เรื่องใดที่เป็นอุปสรรค เรื่องใดที่ไม่ทำให้สภานี้ไม่สง่างาม ต้องได้รับการแก้ไข ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาประเทศไม่ใช่วาทกรรม อยู่ที่การกระทำ ให้เวลาหน่อยเพราะว่าเพิ่งทำงาน บางคนบอกโอ้ ตนไม่ใช่คนทำงานหิวแสง คือไมค์เจาะปากไม่ได้เพ้อไปเรื่อย ตนจะให้ให้ข่าวเฉพาะ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเข้ามาทำงาน ตนต้องใช้เวทีของสื่ออธิบายให้ประชาชนรู้ว่าเราจะทำอะไร ยังไง เพื่อความเข้าใจ ถ้าประชาชนขาดศรัทธาตั้งแต่แรกยากที่เขาจะให้ความร่วมมือ ขาดศรัทธาก็คือเข้าใจผิด วันนี้หลายคนก็เข้าใจผิดว่าโสภณล้านปีไม่ยอมแก้ไข 100 ปีก็แก้ไม่ได้ ตนก็บอกเรื่องจริงตอนอยู่สภาอู่ทอง เขาก็เลี้ยงอย่างนี้แหละ แต่เงื่อนตนจำไม่ผิดหรอก เขาก็เลี้ยงกัน ไม่ใช่ยึดว่าสภาอู่ทองเลี้ยงแล้ววันนี้จะเลิกไม่ได้ เลิกได้ถ้าเป็นสถานการณ์ที่เหมาะสม ไม่เหมาะสมเราเลิกได้ แต่ต้องขอเวลาหน่อย เพราะฉะนั้นประเด็นดราม่าคำว่าตลกพอแล้ว เรื่องอาหารไม่ต้องมาถามอีก แต่ว่าสิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ตนจะทำ
เมื่อถามว่าแนวทางของการที่จะมีการทบทวนเรื่องสวัสดิการต่างๆ ทุกอย่างไรบ้าง นายโสภณ กล่าวว่า กลไกที่จะมีการทบทวนในเรื่องอาหารกลางวันไม่ใช่นโยบายของประธาน เป็นงบประมาณที่ฝ่ายเลขาฯ จัดเป็นสวัสดิการต้องของบฯไปที่สำนักงบประมาณประจำปี ถ้าไม่อยากก็ตัดไป เพราะฉะนั้นสวัสดิการที่จะแก้ไขอะไรบ้าง ก็แล้วแต่กลไกการพิจารณา ไม่ต้องตั้งกรรมการ ทำตามอำนาจหน้าที่ ถ้าเป็นอำนาจหน้าที่ฝ่ายเลขาฯ ก็เสนอ ถ้าเป็นอำนาจตนอันไหนที่ตนตัดสินใจด้ ก็จะตัดสินใจเองว่าผิดหรือถูก แต่อย่าลืมว่าการทำงานร่วมกันต้องฟังความเห็นของผู้ร่วมงานด้วย ผู้ปฏิบัติด้วย ใช้ทหารไปรบทหารก็บอกว่าขาดอาวุธ แต่แม่ทัพบอกว่าพอแล้ว มันจะรบชนะได้ยังไง ต้องอยู่ด้วยความสมเหตุสมผล ดังนั้นเรื่องสวัสดิการเราใช้คำว่ายุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพงสมมติ
นายโสภณ กล่าวว่า เรื่องน้ำมัน เรื่องสวัสดิการวันนี้ตอนบ่ายตนจะประชุมมาตรการการประหยัดพลังงาน ฉะนั้นถ้าเราเห็นว่าเราควรเตรียมการในยุคข้าวยากหมากแพง จะเตรียมการอะไร อันไหนสวัสดิการ อันไหนที่ควรลด สวัสดิการไหนที่ยังคงอยู่ ถ้ามันไม่มีแล้วมันจะเดือดร้อน เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เราก็ค่อยแก้ไขมัน ก็รอการพิสูจน์ ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์แบบไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ความตั้งใจของคนทำงาน อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นมีการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมือง แล้วมันทำให้บางคนเบื่อการเมือง และทำให้คนที่มีความตั้งใจทำการเมืองหมดกำลังใจแล้วไม่อยากเข้ามา คือนิ้วไหนไม่ดีก็ตัดทิ้ง ก็แค่นั้น ไม่ใช่เผาฆ่าหนูเผาบ้านตัวเองเลย ก็ต้องจับหนู
เมื่อถามว่ามีความกังวลใจหรือไม่สบายใจเรื่องอะไร นายโสภณ กล่าวว่า ไม่มี ไม่มีไม่สบายใจ เพียงแต่ยากเห็นสังคมมีเหตุมีผลในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่เฉพาะเรื่องนี้ แต่ทุกเรื่อง ถ้าอย่างงั้นเราไปปลูกฝังให้สื่อ หรือนักวิพากษ์วิจารณ์อะไรต่างๆ ใส่ข้อมูลที่มันยังไม่เป็นข้อเท็จจริง ประชาชนก็ส่วนหนึ่งก็เชื่อ พอเชื่อความคิดการร่วมไม้ร่วมมือความมันก็ขาดหาย ฉะนั้นไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวกับตน แต่อยากเห็นภาพของสังคมวันนี้เป็นการทำงานร่วมกันบนเหตุผล บนข้อเท็จจริง วิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่ ต้องยอมวิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่ แต่ต้องอยู่บนข้อมูล
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาไม่ว่าเป็นสถานการณ์หรือเหตุการณ์อะไร ทำให้คนเชื่อหรือว่าเข้าใจสถานการณ์ไปแล้ว เกิดวิกฤตศรัทธาไปแล้ว ทำให้สถานมีการวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นหรือเปล่า นายโสภณ กล่าวว่า ใช่ๆ ที่ผ่านมาพูดแล้วมันเสียมากกว่า พูดโดยเอาความรู้สึก ความชอบไม่ชอบของคนมาพูด แล้วก็ไม่สามารถที่ปฏิบัติได้ พูดเพื่อได้รับความนิยม ซึ่งการปฏิบัติจริงๆมันไปไม่ได้อย่างนี้
เมื่อถามว่าความท้าทายว่าประธานรัฐสภาจะต้องมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับสภา นายโสภณ กล่าวว่า มองเป็นความได้ มองว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องทุ่มตั้งใจเราทำจริงๆ ส่วนจะชนะหรือไม่ชนะ จะทำได้อย่างที่อุดมการณ์วางไว้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตนต้องไปดู
เมื่อถามว่าเมื่อวานท่านประธานได้พูดไว้ว่าจะเน้นการกระทำมากกว่าคำพูด จะมีการวาง KPI ไหมว่าจะได้เห็นสิ่งที่ทำ นายโสภณ กล่าวว่า ถูกต้อง เรื่องนี้จะต้องคุยกัน จะต้องเห็นสภานี้เป็นสภา ไม่ใช่ไม่ให้พูด ไม่ให้แสดงความคิดเห็น ซึ่งตนก็ต้องดูโซเชียลด้วยจะได้รู้ว่าสังคมเขาว่าอย่างไร ตนเห็นโซเชียลเขาใช้คำว่า เราด่า ไม่ถูกนะ เอาว่าปรามาสแค่เขียนชื่อกับตัวเลขก็ใช้เวลาชั่วโมงหนึ่ง ด่าเอาแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ภาพเหล่านี้ทำให้ฉุดความศรัทธาจึงทำให้คนไม่เชื่อ จึงต้องมีการออกแบบกติกาหรือข้อบังคับ ซึ่งข้อบังคับมีแล้วแต่ไม่ค่อยปฏิบัติ
เมื่อถามว่าในวันที่ 19 มี.ค.จะมีการประชุมสภาฯเพื่อโหวตนายกฯจะเกิดความวุ่นวายซ้ำรอยหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านเสนอให้แสดงวิสัยทัศน์ นายโสภณ ไม่วุ่นวาย ภาพที่เกิดในสภาจะสะท้อนการทำงานของเรา บางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวว่าชาวบ้านด่า บางทีเราอาจจะไม่รู้ตัว แต่สาวกสะใจ แต่ว่าชาวบ้านด่า เราอาจจะไม่รู้สาวกเชียร์แต่ว่าชาวบ้านด่า ฉะนั้นถ้าอยากเห็นประชาธิปไตยมันเดินได้อย่างสง่างาม สภาสัปปายะสภาแห่งนี้ เป็นตัวอย่าง 1 ใน 5 ข้อบุคคลาสัปปายะ ก็คือเป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม ฉะนั้นก็ขอให้ตรงนี้ให้เป็นที่อยู่ของคนที่มีคุณธรรม
เมื่อถามว่าการทำหน้าที่ประธานมีความหนักใจบ้างหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่หนักใจ ก็อย่างที่พูดแล้ว เสียง 291 เราจะควบคุมกันให้เรียบร้อยได้ คืออย่างที่บอกแล้ว ทำตามข้อบังคับ ปฏิบัติตัวอย่างเที่ยงธรรม ก็ไปได้
เมื่อถามว่ากังวลการเล่นเกมสภาล่ม นายโสภณ กล่าวว่า ไม่กังวล พอแล้วจะเป็นพูดมากไป เดี๋ยวเขาจะว่าไม่ให้คนอื่นพูด ตนก็ไม่อยากให้เครียดอะไรต่างๆ ทำงานด้วยกันมีความสุขก็แล้วกัน







