"นพ.เปรมศักดิ์" เปิด 5 ยุทธศาสตร์รื้อโครงสร้างรัฐสภา ท้าประธานป้ายแดงโชว์จุดยืนอิสระ เลิกนิสัย "ผลัดกันเกาหลัง" กับองค์กรอิสระ พร้อมขีดเส้นตายแก้รัฐธรรมนูญตามมติมหาชน ย้ำกาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเป็น "สภาสีน้ำเงิน" หรือ "สภาประชาชน"
วันที่ 17 มี.ค.2569 เวลา 11.30 น.ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงว่า ขอเสนอแนวทางต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาคนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนงานรัฐสภาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 5 ด้าน คือ ด้านนิติบัญญัติ ประธานรัฐสภาคนใหม่ต้องยกระดับคุณภาพกฎหมายให้ตอบโจทย์ประเทศและประชาชน โดยจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายเร่งด่วน อาทิ กฎหมายเศรษฐกิจ การลงทุน กฎหมายส่งเสริมเอสเอ็มอีและเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงกฎหมายที่ช่วยลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการพิจารณากฎหมายให้รวดเร็วแต่รอบคอบ เปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะมากขึ้น และใช้ระบบ e-Parliament เพื่อติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายอย่างเป็นระบบนอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดตั้งหน่วยวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมาย เพื่อประเมินผลด้านเศรษฐกิจ สังคม และงบประมาณก่อนออกกฎหมาย รวมถึงผลักดันทบทวนกฎหมายล้าสมัย เพื่อลดภาระต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ส่วนด้านการให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ ต้องทำให้กระบวนการแต่งตั้งมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ ขจัดข้อครหาที่ว่าฝ่ายรัฐสภาและองค์กรอิสระ “ผลัดกันเกาหลัง” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากในสภา ถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังการได้มาซึ่งวุฒิสภา ทำให้เกิดภาพว่าคุมทั้งสภาบน สภาล่าง และองค์กรอิสระ
“นายโสภณ ต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนโดยไม่ถูกครอบงำจากสีน้ำเงิน ให้การเลือกองค์กรอิสระเป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นคนของบ้านใหญ่” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวและว่า รัฐสภาต้องทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างเข้มแข็งและสร้างสรรค์ ผ่านกลไกกระทู้ถาม การอภิปราย และบทบาทของคณะกรรมาธิการสามัญ-วิสามัญอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งควรเปิดโอกาสให้ตรวจสอบตามวาระอันสมควร และ ควรจัดระบบติดตามผลจากการอภิปรายและข้อเสนอแนะของรัฐสภา เปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณของรัฐต่อสาธารณะให้มากขึ้น และส่งเสริมการตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ของรัฐอย่างเป็นระบบและไม่ลำเอียง
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญสุดคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลประชามติที่ประชาชนลงมติอย่างท่วมท้นว่า ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ของประชาชน โดยเห็นว่า นายโสภณควรเร่งกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการให้ชัดเจน และประกาศต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ปล่อยให้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะเสนอหรือไม่ หากเป็นอย่างนั้นชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ก็ไม่ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามประชาชนเสียงส่วนใหญ่
“ประธานรัฐสภาคนใหม่ต้องยกระดับคุณภาพกฎหมาย สร้างความโปร่งใสในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ เสริมบทบาทการตรวจสอบฝ่ายบริหาร สร้างความร่วมมือระหว่างสองสภา และเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐสภาเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ปลอดจากคำครหาว่าเป็น “สภาสีน้ำเงิน” โดยย้ำว่า กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์”นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว







