เมื่อเวลา 17.38 น. วันที่ 6 ก.พ.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคภูมิใจไทย
จัดปราศรัยใหญ่ปิดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง “เลือกพรรคภูมิใจไทยได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก“ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีปราศรัยว่า วันนี้ไม่คิดเลยว่าจะมีคนเยอะ ดีใจที่ได้มีโอกาสมาพบทุกท่านต้องยอมรับว่ามีความตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะตนต้องเปิดเผยความลับ ตนไม่เคยคิดจะมาอยู่ตรงนี้ ไม่เคยคิดว่าการเป็นนักการทูตอาชีพจะได้รับหน้าที่เป็นรมว.ต่างประเทศ และยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกด้วย ตนทำงานเต็มที่แน่นอน จากการเป็นเอกอัครราชทูตสิ่งที่อยู่ในใจตลอดเวลาคือ เป็นผู้แทนประชาชน ผลประโยชน์ของประเทศต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด แต่สิ่งหนึ่งที่ตนเชื่อ เราทำได้ถ้าเราตั้งใจ ตนไปร่วมงานดีเบต เขาถามว่ามีความคาดหวังอย่างไรกับการเมืองไทย บางครั้งเราถอยหลังด้วยซ้ำ สถานะเราอยู่นอกจอเรดาร์ในเวทีโลกค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะการเมืองของเราไม่นิ่ง เศรษฐกิจเราไม่ดี และการทูตของเราก็ต้องตั้งรับอยู่ตลอดเวลา การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะเลือกพรรคที่ท่านคิดว่ามีความสามารถในการขับเคลื่อนประเทศไทย เพราะมันถึงเวลาแล้ว ที่เราจะขับเคลื่อนประเทศไทย และตนคิดว่าสิ่งที่ท่านคาดหวังมันมากกว่านั้น คือท่านต้องการเห็นการเมืองใหม่ การเมืองที่มีมีมาตรฐานสูงขึ้น เพื่อต้องการเห็นผู้บริหารในรัฐบาลที่มีความสามารถเป็นมืออาชีพ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคนนอก แต่คนในพรรคก็มี คนรุ่นหลังก็มีอีกเยอะแยะ ที่มาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าดีใจเป็นอย่างยิ่ง การเมืองที่เราตรวจสอบได้และโปร่งใส
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำคัญที่สุดต่อไปนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีและผู้บริหารในรัฐบาลต้องมี ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ(KPI) มีการประเมินผล 4 ปีข้างหน้านี้ เราขอกลับมาเป็นรัฐบาล เราจะนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกยังมีศักดิ์ศรี และมีเกียรติภูมิ และเราจะเดินหน้าความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชาต่อไปแต่การต่างประเทศไม่ได้อยู่ที่กัมพูชาอย่างเดียว 4 เดือนที่แล้ว พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำงานของเราเป็นอย่างไรสถานะของเราเป็นอย่างไร สิ่งที่ที่ตนอยากจะพูดคือ Yes we can เราทำได้ ขอให้มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย มั่นใจในความเป็นมืออาชีพของเราจาก 4 เดือน เราขอเป็น 4 ปี 4 ปีมันจะเป็นสิ่งที่นำประเทศไทยกลับไปสู่เวทีโลกอย่างแท้จริงในแนวหน้า
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรามอง 4 ปีข้างหน้าจะเห็นว่าโลกมีความผันผวนโลก มีความไม่แน่นอนเยอะแยะ ความอันตรายมันมาถึงตัวเรา แต่ตนคิดว่าเรารอด เพราะเราต้องมั่นใจในตัวเรา มั่นใจในศักยภาพของเราเพราะในชีวิตการเป็นนักการทูตของตน บรรพบุรุษของเราสอนมาว่าถ้าเรามีการทูตที่มีชั้นเชิงการทูตที่ชาญฉลาดเราไปได้ เราอยู่รอด แต่ไม่ได้อยู่รอดอย่างเดียว เราจะก้าวหน้าด้วยความมั่นคง มันพิสูจน์ให้เห็นแล้ว โลกเป็นโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เราต้องมั่นใจว่าถ้าเรามีพันธมิตรร่วมกับเราจะมีกำลังมากขึ้นในการเผชิญกับความท้าทายต่างๆ และโลกเป็นโรคที่การแข่งขันทางภูมิศาสตร์ ภูมิเศรษฐกิจ2 ขั้ว การจะอยู่รอด เราอยู่ตรงกลาง เราต้องมั่นใจว่าเรารอด เพราะยังมีอีกหลายขั้ว เราต้องหาขั้วเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่เราอยู่ระหว่างกลาง 2 ขั้วอย่างเดียวการที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วหมายความว่าเราสามารถถ่วงอำนาจระหว่างขั้วได้ และเรามีทางเลือกมากขึ้น
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เราต้องอาศัยสิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จคือเพื่อนอาเซียนคือพลังแห่งการทูตมันมีพลัง เราทำได้ด้วยการทูตที่มีชั้นเชิง เชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤติต่างๆได้และผ่านด้วยความมั่นคง และความมั่นใจการทูตต้องยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อให้การทูตมีความหมาย ซึ่งสิ่งแรกที่เราจะทำเมื่อกลับเป็นรัฐบาลคือเราจะดำเนินการทูตเศรษฐกิจในเชิงรุก และเราจะทำงานร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ เพื่อหาตลาดใหม่ มุ่งมั่นกระทรวงต่างประเทศสี่ปีข้างหน้าสร้างความมุ่งมั่นเศรษฐกิจไทยและสร้างศักยภาพในการแข่งขันและสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่างๆทั่วโลก
“ผู้ใหญ่สอนผมอย่างหนึ่งว่าการทูตที่ดี การทูตที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นในบ้านของเรา ถ้าเราไม่จัดการบ้านของเราให้ดี ถ้าท่านไม่เลือกพรรคการเมืองที่ถูกต้องมาบริหารประเทศ ท่านต้องเลือกพรรคการเมืองที่ถูกต้องและท่านมีความมั่นใจ ในการทำงาน เราต้องผนึกกำลังเป็นทีมประเทศไทยทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง เราต้องนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลก เราจะอยู่ที่เดิมไม่ได้นำพาประเทศไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลง ขอให้ท่านเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย เราจะมาสร้างโอกาสสร้างอนาคตให้ทุกท่าน ทุกรุ่น ทุกอายุ รุ่นใหม่และรุ่นหลัง เราต้องทำเพื่อประเทศไทย ขอให้ท่านมั่นใจในตนและมั่นใจในศักยภาพของพรรคภูมิใจไทยและบุคลากรของเรา เพราะเรามุ่งมั่นในประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี มีเกียรติภูมิ และหวังผลประโยชน์ของประเทศไทย เพราะเรานำผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นที่ตั้ง สุดท้ายไทยต้องเป็นไทยในเวโลก”นายสีหศักดิ์ กล่าว







