จากกรณีเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.โดยยืนยันว่า ขณะนี้ กกต. อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียดรอบคอบ และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 นี้
ล่าสุด วันนี้ (28 ก.ค.69) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suphachai Jaismut ระบุว่า...
วันนี้มีข่าวประชาสัมพันธ์ กกต.ที่น่าสนใจและควรทำความเข้าใจให้กระจ่าง โดยเฉพาะตามข่าวย่อหน้าที่สองและย่อหน้าที่สาม จะไม่ได้ออกความเห็นพลาดผิดไป
ตามกฎหมาย พนักงานไต่สวนของ กกต. เป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริง
หน้าที่หลักคือ
* รับคำร้อง
* รวบรวมพยานหลักฐาน
* สอบปากคำพยาน
* วิเคราะห์ข้อเท็จจริง
* จัดทำสำนวนพร้อมความเห็นเสนอ กกต.
พนักงานไต่สวนไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้ใดผิด ความเห็นของพนักงานไต่สวนเป็นเพียงข้อเสนอ
ผู้มีอำนาจวินิจฉัยคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ถามว่า กกต. ผูกพันตามความเห็นของพนักงานไต่สวนหรือไม่
คำตอบคือไม่ผูกพัน
กกต. สามารถ
* เห็นชอบกับความเห็น
* ไม่เห็นชอบ
* สั่งไต่สวนเพิ่มเติม
* แต่งตั้งคณะไต่สวนใหม่
* ยุติเรื่อง หากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ถ้าคดีเป็นคดีอาญา
ในความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายฐาน เช่น
* ซื้อเสียง
* ทุจริตเลือกตั้ง
* ให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้เลือก
หาก กกต. เห็นว่ามีมูล ก็สามารถ
* ส่งฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ หรือ
* ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในบางกรณีต้องประสานกับพนักงานอัยการ
ประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ
มีข้อถกเถียงว่า หาก พนักงานไต่สวนของ กกต. เห็นว่าคดีไม่มีมูล แต่ กกต. เห็นต่าง จะสามารถสั่งดำเนินคดีได้หรือไม่
คำตอบคือ ได้ เพราะพนักงานไต่สวนเป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความเห็น ส่วน อำนาจชี้ขาดเป็นของคณะกรรมการ กกต. ซึ่งอาจสั่งไต่สวนเพิ่มเติมหรือมีมติแตกต่างจากความเห็นของพนักงานไต่สวนได้ หากเห็นว่าพยานหลักฐานรองรับการวินิจฉัยนั้น
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจบทบาทของ กกต. ในคดีที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ เช่น คดีฮั้ว สว. และช่วยแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ผู้ไต่สวน” กับ “ผู้มีอำนาจวินิจฉัย” ตามกฎหมาย
คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นกว่าจะได้รับตำแหน่งต้องผ่านด่านแรกซึ่งสำคัญมากคือผู้สมัครจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการสรรหา กกต. ซึ่งประกอบด้วยบุคคลจากหลายองค์กร ได้แก่
* ประธานศาลฎีกา (ประธาน)
* ประธานสภาผู้แทนราษฎร
* ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
* ประธานศาลปกครองสูงสุด
* ผู้แทนจากองค์กรอิสระตามที่กฎหมายกำหนด
คณะกรรมการสรรหาจะตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และคัดเลือกผู้ที่เห็นว่าสมควรดำรงตำแหน่ง จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา
หลายวันที่ผ่านมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนกล่าวหาข่มขู่คณะกรรมการการเลือกตั้ง น่าคิดว่าการกล่าวเช่นนั้นเป็นการผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
#ศุภชัยใจสมุทร #กกต #ฮั้วสว #คดีเลือกตั้ง #การเมืองไทย #พรรคภูมิใจไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








