การเมืองสนามเล็ก ที่ “พรรคเพื่อไทย” เพิ่งคว้าชัยมาได้หมาดๆ เมื่อ “เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” ลงสนามเลือกตั้ง รักษาแชมป์ ครองเก้าอี้ “นายกอบจ.ร้อยเอ็ด” ได้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 ก.ค.69 ที่ผ่านมา กวาดคะแนนเข้าวินชนิดม้วนเดียวจบ
เรียกว่าไม่ต้องรอลุ้นผลคะแนนอย่างเป็นทางการจากกกต.ด้วยซ้ำ เมื่อเศกสิทธิ์ ได้ 330,708 คะแนน ขณะที่ คู่แข่งที่ลงสนาม คือ “นิรันดร์ นาเมืองรักษ์” อดีตสส.ร้อยเอ็ด 8 สมัย ลงในนามอิสระ ได้อันดับ2 ได้ 75,440 คะแนน และลำดับที่ 3 “บุญชิต อุทัศพัฒนะ” ได้เพียง 10,025 คะแนน
แน่นอนว่า การที่เศกสิทธิ์ ชนะเลือกตั้ง ชนิดที่พรรคเพื่อไทย แทบไม่ต้องลุ้นครั้งนี้ แถมเศกสิทธิ์ยังทำลายสถิติเดิมของตัวเอง เมื่อปี 2565 อีกด้วย แต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น ชัยชนะของเศกสิทธิ์ ยังสะท้อนว่า นิรันดร์ ที่ประกาศตัวลงอิสระ แต่ในความเป็นจริง แม้ไม่สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย คนร้อยเอ็ดก็รู้ดีว่าวันนี้เขาไม่ใช่คนของพรรคเพื่อไทยอีกแล้ว
สนามเลือกตั้งการเมืองระดับดับท้องถิ่น ที่ยึดโยงกับฐานเสียง อย่างนายกอบจ.ร้อยเอ็ด นั้นน่าจะทำให้พรรคเพื่อไทยเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่จะนำไปสู่การตัดสินใจ ว่าจะ “สู้” ในสนามเลือกตั้งซ่อม สส. อุดรธานี เขต 3 หรือไม่ ยังมี “เงื่อนไข” และ “ปัจจัย” ที่เหนือกว่า “ผลคะแนน” หรือการแพ้-ชนะ ในวันนี้
การเสียชีวิต ของ “หรั่ง ธุระพล” อดีต สส.อุดรธานี เขต 3 ด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 20 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ขึ้นมาใหม่ โดยกำหนดให้เป็นวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค.นี้
ทั้งนี้ “อนุทิน ชาญวีกูล” นายกรัฐมนตรีและในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีความชัดเจนแล้วว่าจะต้องส่งคนลงไปรักษาเก้าอี้สส. อุดรฯ เขต 3 แต่ขณะเดียวกัน ในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ยังต้องรอวัดใจว่า เพื่อไทย ที่เคยส่งผู้สมัคร ลงไปสู้กับ อดีตสส.หรั่ง ที่กวาดแต้มไปได้ 33,013 คะแนน คือ “สมัคร บุญปก” ทำคะแนนไปได้ 27,342 คะแนน จะเดินหมากกระดานนี้ต่ออย่างไร
การส่งผู้สมัคร ลงสนามเลือกตั้งซ่อม ที่พรรคภูมิใจไทย เป็นแชมป์เก่า และมีการเชื่อมโยงกับมารยาททางการเมือง กลายเป็นปัจจัยที่อาจกดดันพรรคเพื่อไทย เพราะวันนี้อยู่ในสถานะ “พรรคร่วมรัฐบาล” ซึ่งมี 74เสียง ท่ามกลางกระแสข่าวว่าด้วยการปรับครม. กับโอกาสที่จะพรรคกล้าธรรมถูกดึงเข้ามาแทนที่
แต่อย่างไรก็ดี ในมิติทางการเมืองที่พรรคเพื่อไทย ต้องประเมินข้ามช็อต ไปไกลกว่าการที่จะส่งคนลงชิงเก้าอี้สส.อุดรฯ เขต 3 หรือไม่นั้น ยังต้องพิจารณาด้วยว่า หากส่งแล้ว เกิดชนะหรือแพ้ ขึ้นมาย่อมเสียหาย มากบ้างน้อยบ้างตามมา
เก้าอี้สส. 1 ที่นั่ง ที่เขต 3 อุดรฯ ธานี รอบนี้เป็นการเลือกตั้งซ่อม พรรคเพื่อไทย จำเป็นที่จะต้อง “ออกอาวุธ” ทั้งตัวผู้สมัครและทุนรอน ลงไปช่วงชิง แล้วเกิดรอยร้าวกับพรรคภูมิใจไทย ตามมาแล้วจะคุ้มหรือไม่ มิสู้เก็บเนื้อเก็บตัว เก็บเสบียง เอาไว้ รอเลือกตั้งใหม่ รอบหน้าแทนดีกว่าหรือไม่
เพราะถึงอย่างไร การตีไพ่หมอบ สงวนท่าที ไม่เปิดศึกโดยไม่จำเป็น แล้วรักษาตัวอยู่ร่วมกันในครม.ย่อมมีแต่ได้ ไม่มีเสีย !
และที่สำคัญไปกว่านั้น ชัยชนะจากสนามนายกอบจ.ร้อยเอ็ด ที่เศกสิทธิ์ เพิ่งคว้ามาได้ ถือเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องคนเสื้อแดง และของขวัญวันเกิด “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ที่เพิ่งครบรอบ 77 ปี ไปเมื่อ26 ก.ค. ฉะนั้น เวลาในการเดินเกม สำหรับพรรคเพื่อไทย ในยามที่พรรคภูมิใจไทย เต็มไปด้วยความวุ่นวายรอบทิศเช่นนี้ จึงไม่มีอะไรให้ต้องรีบร้อน !!








