ดีลประวัติศาสตร์โลก! สหรัฐเปิด 14 เงื่อนไข MOU อิหร่าน ก่อนลงนามประวัติศาสตร์ 19 มิ.ย.ที่เจนีวา
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่าสหรัฐ - อิหร่าน ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นแล้ว ซึ่งเป็นการลงนามผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนพิธีลงนามอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย. 2569)
ความคืบหน้าล่าสุด สหรัฐอเมริกาเปิดเผยเนื้อหาใน "บันทึกความเข้าใจ" (Memorandum of Understanding - MOU) ที่พวกเขาร่างร่วมกับอิหร่านและจะมีการลงนามในวันศุกร์นี้ ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว เอกสารดังกล่าวมีชื่อหัวข้อว่า "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน" ประกอบด้วยข้อกำหนด 14 ข้อ ดังนี้
1.สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน พร้อมด้วยพันธมิตรของตนในสงครามครั้งปัจจุบัน ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เพื่อประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบในทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย และให้คำมั่นว่านับจากนี้เป็นต้นไปจะไม่เปิดฉากสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ต่อกัน ตลอดจนละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลังต่อกัน พร้อมทั้งรับรองบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะยืนยันการยุติสงครามเป็นการถาวรในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงในเลบานอนและข้อบัญญัติอื่นๆ ในย่อหน้านี้
2.สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านให้คำมั่นที่จะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะละเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน
3.สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านผูกพันตนที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 60 วัน โดยสามารถขยายเวลาออกไปได้ตามความยินยอมร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
4.ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาจะเริ่มดำเนินการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล รวมถึงการก่อความรบกวนหรืออุปสรรคใด ๆ ต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และจะสิ้นสุดการปิดล้อมทางทะเลโดยสมบูรณ์ภายใน 30 วัน ในระหว่างช่วงเวลานี้ การสัญจรของเรือจะได้รับการฟื้นฟูโดยมีสัดส่วนที่สอดคล้องกับจำนวนการสัญจรของฝั่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในช่วงก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังให้คำมั่นเพิ่มเติมที่จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านภายใน 30 วันหลังจากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
5.เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ อิหร่านจะดำเนินการโดยใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อจัดเตรียมการให้เรือพาณิชย์สามารถผ่านทางได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 60 วันเท่านั้น จากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมานและในทางกลับกัน การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นในทันที และเมื่อคำนึงถึงความจำเป็นในการขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหารแล้ว การเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะถูกกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
6.สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อจัดทำแผนการที่ชัดเจนและเป็นที่ตกลงร่วมกัน โดยมีวงเงินอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการฟื้นฟูและการพัฒนาเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กลไกสำหรับการดำเนินงานตามแผนการนี้จะได้รับการสรุปให้เสร็จสิ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ทั้งนี้ ใบอนุญาต ข้อยกเว้น และการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการอนุมัติโดยสหรัฐอเมริกา
7.สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งรวมถึงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ, มติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวทั้งหมดของสหรัฐฯ ทั้งในระดับเบื้องต้นปฐมภูมิ (primary sanctions) และทุติยภูมิ (secondary sanctions) ตามกำหนดเวลาที่ตกลงร่วมกันโดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้าย
8.สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านขอยืนยันอีกครั้งว่าตนจะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ตกลงร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาการจัดการคลังวัสดุเสริมสมรรถนะที่เก็บสะสมไว้ ตามกลไกที่จะตกลงร่วมกันให้สอดคล้องกับกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่เจ็ด โดยกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นต่ำ ให้ดำเนินการลดระดับความเข้มข้นลง ณ สถานที่จัดเก็บ ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA
9.ระหว่างที่รอข้อตกลงฉบับสุดท้ายนั้น สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงร่วมกันที่จะคงสถานะเดิมไว้ โดยอิหร่านจะคงสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ของตน และ สหรัฐอเมริกาจะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ใดๆ รวมถึงจะไม่วางกำลังทหารเพิ่มเติมในภูมิภาค
10.สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นว่าในทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และจนกว่าจะถึงเวลาที่มาตรการคว่ำบาตรสิ้นสุดลง กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ จะออกข้อยกเว้นสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ, ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และสารอนุพันธ์ของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการทำธุรกรรมทางธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และอื่นๆ
11.สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะปลดปล่อยเงินทุนและสินทรัพย์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ถูกอายัดหรือถูกจำกัดไว้ ให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่เมื่อมีการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะตกลงร่วมกันเรื่องขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินทุนเหล่านี้ในระหว่างการเจรจา เงินทุนดังกล่าวไม่ว่าจะถูกเก็บไว้ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้ายไปแล้ว จะต้องสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่สำหรับการชำระเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ขั้นสุดท้ายรายใดๆ ตามที่ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกำหนด ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดตามแนวทางนี้
12.สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงร่วมกันว่า จะมีการจัดตั้งกลไกฝ่ายบริหารเพื่อกำกับดูแลความสำเร็จในการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และการปฏิบัติตามข้อตกลงขั้นสุดท้ายในอนาคต
13.หลังจากมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และโดยขึ้นอยู่กับการเริ่มดำเนินการตามย่อหน้าที่ 1, 4, 5, 10 และ 11 ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ รวมถึงการดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงขั้นสุดท้าย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับย่อหน้าที่เหลืออยู่เท่านั้น
14.ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะต้องได้รับการรับรองผ่านมติที่มีผลผูกพันทางกฎหมายของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)
#สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #MOUสหรัฐอิหร่าน #โดนัลด์ทรัมป์ #Trump #Iran #USA #USIran #เจนีวา #สวิตเซอร์แลนด์ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวการเมืองโลก #ตะวันออกกลาง #สงครามตะวันออกกลาง #ยุติสงคราม #คว่ำบาตรอิหร่าน #นิวเคลียร์อิหร่าน #IAEA #UNSC #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #Geopolitics #WorldNews #BreakingNews #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #การทูตโลก #ข้อตกลงประวัติศาสตร์ #Geneva #MiddleEast #IranNuclear #GlobalPolitics #InternationalNews #OilMarket #พลังงานโลก #น้ำมันโลก #ทรัมป์ #ข่าวต่างประเทศล่าสุด #สถานการณ์โลก #ข้อตกลงสันติภาพ #WorldPolitics #IranDeal #USForeignPolicy #MiddleEastNews








