นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ดำเนินการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อพัฒนาระบบการเดินอากาศให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีด้านการบินของหน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการบินทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดย วิทยุการบินฯ ได้ร่วมมือกับ Civil Aviation Authority of Nepal (CAAN) ดำเนินการบินทดสอบ (Commissioning Flight Inspection) เพื่อรับรองการใช้งานระบบช่วยการเดินอากาศ 5 สนามบินของประเทศเนปาล ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพของระบบและอุปกรณ์ช่วยการเดินอากาศ ให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับศักยภาพการบินของประเทศไทย และผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค หรือ World-Class Aviation Hub เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการบินและยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมการบินในเวทีระหว่างประเทศ
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า วิทยุการบินฯ มีความพร้อมในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการบินทดสอบ เพื่อสนับสนุน การพัฒนาและยกระดับระบบการเดินอากาศของประเทศต่าง ๆ โดย วิทยุการบินฯ ได้ดำเนินการให้บริการบินทดสอบระบบช่วยการเดินอากาศ ณ 5 สนามบินของประเทศเนปาล ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติตริภูวัน ท่าอากาศยานนานาชาติโพครา ท่าอากาศยานไบรัทนาการ์ ท่าอากาศยานเนปาลกันจ์ และท่าอากาศยานสิมารา เพื่อทดสอบ และประเมินประสิทธิภาพของระบบและอุปกรณ์ช่วยการเดินอากาศ ยืนยันว่าระบบสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมีประสิทธิภาพตามมาตฐานสากล สนับสนุนการบริหารจัดการจราจรทางอากาศให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการสนามบิน
ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบินและเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการยกระดับมาตรฐานการให้บริการการเดินอากาศ เพื่อร่วมกันสร้างระบบการเดินอากาศของภูมิภาคให้มีความปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล








