อาชีพในสายงานด้าน STEM (สะเต็ม) หรือสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เป็นสาขาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและมีโอกาสเติบโตสูง แต่สัดส่วนแรงงานหญิงในสายอาชีพนี้ในปัจจุบันยังมีค่อนข้างน้อย ข้อมูลจากรายงานดัชนีช่องว่างระหว่างเพศ ประจำปี 2567 (Global Gender Gap Report 2024) โดย World Economic Forum ระบุว่า ในจำนวนแรงงานสาย STEM ทั่วโลก มีสัดส่วนผู้หญิงคิดเป็นเพียง 28.2% และมีเพียง 1 ใน 10 คนที่มีโอกาสก้าวสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูง นอกจากนี้ งานวิจัยด้านการศึกษาหลายชิ้นยังพบว่าเด็กผู้หญิงมีความสนใจด้าน STEM ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับเด็กผู้ชายในช่วงประถมศึกษาตอนปลาย แต่ค่อย ๆ ลดทอนความสนใจลงเมื่อเข้าสู่ช่วงระดับมัธยมศึกษา การสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างความมั่นใจแก่เยาวชนในการเข้าสู่วิชาชีพด้าน STEM โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ปัจจัยสำคัญมาจากกรอบอคติทางเพศที่สังคมมองว่าสายงานนี้เป็นพื้นที่ของเพศชาย การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนหญิงได้จุดประกายแรงบันดาลใจในการเข้าสู่การศึกษาด้าน STEM จึงนับเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ Garena, Shopee และ Monee จึงร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย Inskru และ a-chieve เดินหน้าสานต่อโครงการ Women Made: Girl in STEM 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม เปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนหญิง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองสู่เส้นทางการศึกษาและอาชีพด้าน STEM เชื่อมโยงห้องเรียนกับโลกการทำงานจริง ผ่านกิจกรรม Day Camp ที่เปิดเวทีให้เยาวชนได้ค้นหาศักยภาพของตนเอง พร้อมพบกับ “พี่ต้นแบบ” จาก 21 อาชีพสาย STEM ควบคู่กับการเสริมพลังครูด้วยแนวคิดและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เพื่อไปต่อยอดการจัดการเรียนการสอนรายวิชา STEM ในโรงเรียน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 144 คน พร้อมครูผู้สอนและครูแนะแนว 48 คน ร่วมโครงการ
คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า “วัยมัธยมศึกษาเป็นช่วงเวลาสำคัญในการค้นหาตัวตนและเส้นทางอาชีพ การเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้เห็นอาชีพที่หลากหลาย เชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับโลกการทำงานจริง และค้นพบศักยภาพของตัวเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการมองเห็นเส้นทางอนาคต โดยเฉพาะในสายงาน STEM แม้ปัจจุบันผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในสาย STEM เพิ่มขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำทางเพศยังคงปรากฏชัดในบางสาขา โดยเฉพาะวิศวกรรมศาสตร์ โดยข้อมูลจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ระบุว่าในประเทศไทยมีผู้หญิงในสาขาวิศวกรรมศาสตร์เพียง 16.8% ขณะที่สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีสัดส่วนผู้หญิงอยู่ที่ 47.9% งานวิจัยหลายชิ้นยังชี้ตรงกันว่า "การขาดแรงบันดาลใจและต้นแบบผู้หญิงในสาย STEM” เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญ การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พบปะและเรียนรู้จากรุ่นพี่ผู้ประสบความสำเร็จในวงการ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นใจ ชี้ให้เห็นว่าเส้นทางอาชีพนี้เป็นไปได้จริง พร้อมจุดประกายให้กล้าก้าวตามความฝัน Sea (ประเทศไทย) จึงริเริ่มโครงการ ‘Women Made: Girl In STEM’ และต่อยอดสู่ปีที่สาม เพื่อเปิดมุมมองให้นักเรียนหญิงเห็นว่า STEM มีเส้นทางที่หลากหลาย และผู้หญิงสามารถเป็นได้ทั้งผู้สร้างเทคโนโลยี นักนวัตกรรม ผู้ประกอบการ รวมถึงผู้นำในอนาคต”
ในยุคที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทอย่างมากในทุกมิติของชีวิต โดยเฉพาะในโลกการทำงาน ในปีนี้ Women Made: Girl in STEM จึงยกระดับการเรียนรู้ผ่านแกน “T – Technology” มุ่งเน้นการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนานวัตกรรมผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยี พร้อมชวนพี่ ๆ ต้นแบบที่คร่ำหวอดในวงการเทคโนโลยีมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานจริง ผ่านกิจกรรม Day Camp ที่ออกแบบมาเพื่อเปิดโลกการเรียนรู้และจุดประกายความฝัน เริ่มจากเวทีเสวนาที่ประกอบไปด้วยพี่ต้นแบบหญิงในแวดวงเทคโนโลยี อย่าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา เตชะวิจิตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบิน วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ (IAAI) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หญิงไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ AXE Global Space Camp ณ สหรัฐอเมริกา คุณมนทิรา ฉายะบรรจงเลิศ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ Android (Android Developer) และผู้ก่อตั้งเพจ MikkiPastel และคุณฐิติรัตน์ สายบัว นักออกแบบกราฟิกสื่อเสมือนจริง (Virtual Production Graphic Designer) บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังงานกราฟฟิกเสมือนจริงในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับนานาชาติ โดยใช้เทคโนโลยีกราฟิกเสมือน (Virtual Production) มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและแบ่งปันประสบการณ์จากการทำงานจริง ให้เยาวชนผู้ร่วมโครงการเห็นโอกาสและความหลากหลายของเส้นทางอาชีพ
ด้านพันธมิตรหลักอย่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ยังร่วมจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ “Driverless Car สนุกคิด พิชิตยานยนต์ไร้คนขับ” ชวนนักเรียนทำความเข้าใจหลักการทางวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านยานยนต์ไร้คนขับ ฝึกการคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) และลงมือสร้างของเล่นยานยนต์ไร้คนขับด้วยตนเอง เรียนรู้กระบวนการคิดและพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีจากการปฏิบัติจริง
คุณอติพร สุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารภาพลักษณ์และกิจกรรมด้านพัฒนากำลังคนของบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสร้างพลังร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาให้ครูมีเครื่องมือและมุมมองใหม่ ๆ พร้อมส่งต่อประสบการณ์และแรงบันดาลใจไปสู่นักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม สร้างโอกาสให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เปิดมุมมองใหม่ และค้นพบศักยภาพของตนเอง โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเพศ เราคาดหวังว่ากิจกรรมครั้งนี้ จะต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในตัวครูและนักเรียน ให้ครูกล้าที่จะออกแบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ๆ และให้นักเรียนโดยเฉพาะน้อง ๆ ผู้หญิง ได้กล้าคิด กล้าลอง และเห็นศักยภาพของตนเองในโลก STEM พร้อมต่อยอดไปสู่เส้นทางการเลือกอาชีพ STEM ในอนาคต”
ขณะเดียวกัน “ครู” คือแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งต่อและขยายผลการเรียนรู้จากกิจกรรมไปสู่ห้องเรียน โดยครูหนึ่งคนสามารถสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้อีกนับไม่ถ้วน โครงการนี้จึงมุ่งจุดประกายแนวคิดและเปิดพื้นที่ให้ครูได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อนำองค์ความรู้และไอเดียใหม่ ๆ กลับไปต่อยอดการเรียนการสอนให้ STEM เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงมากขึ้น พร้อมเสริมศักยภาพครูผ่านกิจกรรม Demo Class “City Builder การออกแบบผังเมืองยั่งยืน” โดย คุณครูในเครือข่าย insKru ที่ชวนครูมาเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอน” เป็น “ผู้เรียน” ร่วมแลกเปลี่ยนไอเดีย เพื่อนำแนวทางการจัดการเรียนรู้ไปพัฒนาและปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละโรงเรียน
คุณชลิพา ดุลยากร ผู้ร่วมก่อตั้ง insKru กล่าวว่า “insKru เป็นพื้นที่สื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้คนมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจแก่ครูและนักเรียนในด้าน STEM ในความร่วมมือครั้งนี้ สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นคือการที่คุณครูตระหนักและสามารถส่งเสริมนักเรียนหญิงในสายวิชา STEM มากขึ้น และอยากให้เด็กผู้หญิงกล้าฝันและกล้าเลือกเส้นทางสาย STEM ได้อย่างเต็มที่ เพราะพวกเขามีศักยภาพไม่เป็นรองใคร โดยปีนี้เราจะมีการขยายผลผ่าน ‘ห้องพักครูของหัวใจ’ พื้นที่ออนไลน์บนเว็บไซต์ insKru.com ที่ให้คุณครูสามารถแลกเปลี่ยนความคิดและคำปรึกษาระหว่างกันเกี่ยวกับแนวทางการเรียนการสอนรายวิชา STEM และรวมถึงเรื่องอื่น ๆ ได้อย่างอิสระ ในฐานะเพื่อนคู่คิดที่จะต่อยอดไอเดียการสอนต่อไป”
ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Human Library” โดย a-chieve ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างใกล้ชิดกับพี่ต้นแบบตัวจริงจาก 21 อาชีพในวงการ STEM ครอบคลุมทั้งสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อาทิ นักระบาดวิทยา ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นักวิจัยเทคโนโลยีอวกาศ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกรปัญญาประดิษฐ์ วิศวกรหุ่นยนต์ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย และผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอัจฉริยะ เปิดโลกอาชีพให้เยาวชนได้เรียนรู้ “เส้นทางจริง–ทักษะจริง–งานจริง” จากผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ ตั้งแต่เส้นทางการศึกษาต่อ ลักษณะการทำงาน ไปจนถึงทักษะสำคัญที่แต่ละอาชีพต้องการ อันเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนเส้นทางการศึกษาและอาชีพของตนเองในอนาคต
ภายในงานยังมีกิจกรรม “จดหมายบ่ายวันศุกร์” ชวนนักเรียนและคุณครูร่วมตกผลึกประสบการณ์และสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดทั้งวัน โดยเด็กหญิงภัทรธร แสงเอี่ยม และเด็กหญิงอารยา ชัยชนะสีพลี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนสตรีนนทบุรี ได้ร่วมสะท้อนประสบการณ์ว่า “ก่อนมาร่วมกิจกรรม เรามองว่า STEM เป็นเรื่องยากและค่อนข้างไกลตัว แต่วันนี้ทำให้เห็นว่า STEM มีเส้นทางอาชีพให้เลือกมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะกิจกรรม Human Library ที่ได้พูดคุยกับพี่ ๆ ที่ทำงานในสาย STEM จริง ๆ ได้ถามทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน และทักษะที่แต่ละอาชีพต้องใช้ ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และเริ่มเห็นภาพว่าในอนาคตเราอาจเลือกเดินไปในเส้นทางไหนได้บ้าง ส่วนกิจกรรม Driverless Car ก็ได้ลงมือทำจริง ทดลอง และแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ได้เห็นผลงานที่เกิดขึ้นจริงจากความรู้ที่ได้จากในห้องเรียน งานวันนี้จึงทำให้เรารู้สึกมั่นใจขึ้นว่าเรามีโอกาสเติบโตในสาย STEM ได้เหมือนกัน”
ด้าน คุณศรีวิกาญจน์ กรุมรัมย์ ตัวแทนคุณครูจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ กล่าวว่า “การเข้าร่วมกิจกรรม Demo Class ‘City Builder การออกแบบผังเมืองยั่งยืน’ ในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า เราสามารถนำเกมมาเป็นฐานในการเรียนรู้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีที่ซับซ้อน เพียงนำโปรแกรมหรือ AI ที่คุ้นเคยมาประยุกต์ใช้ ก็สามารถสร้างสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจได้ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งเราสามารถนำแนวคิดนี้ไปต่อยอดเป็นเกมในรายวิชาต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำและมีส่วนร่วมมากขึ้น”
คุณพัชราภรณ์ เจริญผล และคุณปวีณ์นุช สงัด ตัวแทนคุณครูจากโรงเรียนสตรีนนทบุรี เปิดเผยความประทับใจหลังได้เข้าร่วมกิจกรรมว่า “เราเห็นนักเรียนหญิงมีศักยภาพด้าน STEM มากกว่าที่คิด จากที่เคยกังวลว่าเด็กผู้หญิงอาจไม่ถนัดด้านการคำนวณ วิศวกรรม หรือการออกแบบ แต่เมื่อได้เห็นพวกเขาลงมือทำและทำได้ดี ทำให้เราอยากนำประสบการณ์นี้ไปต่อยอดในห้องเรียน พร้อมเปิดโลกอาชีพที่หลากหลายให้นักเรียนได้ค้นหาสิ่งที่ชอบ และเลือกเส้นทางอนาคตของตัวเองได้อย่างมั่นใจ”
โครงการ Women Made: Girl in STEM 2026 สะท้อนความมุ่งมั่นของ Sea (ประเทศไทย) และพันธมิตรในการมุ่งมั่นขับเคลื่อนการส่งเสริมให้เยาวชนทุกคนสามารถต่อยอดความสนใจของตนและเห็นโอกาสในโลกของ STEM ได้โดยไม่มีเรื่องเพศมาปิดกั้น ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เตรียมความพร้อมแก่คนรุ่นใหม่ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน








