ตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในระดับสูงก่อนเปิดการซื้อขายวันที่ 24 สิงหาคม 2569 หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังสหรัฐฯ ขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศที่ยังทำการค้ากับอิหร่าน
WTI-เบรนท์ปิดบวก สะท้อนแรงกังวลอุปทาน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนต.ค. ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 87.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.26% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 94.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 61 เซนต์ หรือ 0.65%
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 6.39% ส่วน WTI เพิ่มขึ้น 5.66% และราคาน้ำมันทั้งสองตลาดแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี สะท้อนว่าแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาดอย่างชัดเจน
สหรัฐฯ-อิหร่านเป็นปัจจัยชี้ทิศทางราคาน้ำมัน
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้คือสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังข้อตกลงสันติภาพสิ้นสุดลงและยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเปิดการเจรจากันอีกครั้ง
การที่สหรัฐฯ ขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรประเทศที่ยังค้าขายกับอิหร่าน ทำให้ตลาดกังวลว่าการส่งออกน้ำมันของอิหร่านอาจได้รับผลกระทบ หากมาตรการดังกล่าวถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง ความเสี่ยงดังกล่าวอาจทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกตึงตัวขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และเป็นแรงหนุนต่อราคาน้ำมัน
ขณะเดียวกัน อิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรง หากเผชิญกับแรงกดดันจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และทำให้ตลาดต้องบวกค่าความเสี่ยงเข้าไปในราคาน้ำมัน
แนวโน้มตลาด 24 ส.ค. ยังเป็นบวก แต่ระวังแรงขายทำกำไร
สำหรับการซื้อขายวันที่ 24 สิงหาคม ราคาน้ำมันยังมีปัจจัยสนับสนุนจากความเสี่ยงด้านอุปทานและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหากมีความเคลื่อนไหวใหม่เกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ หรือท่าทีตอบโต้จากอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม การที่ WTI ปรับขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 87 ดอลลาร์ และเบรนท์เข้าใกล้ระดับ 95 ดอลลาร์ หลังราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 5% ในรอบสัปดาห์ อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนขายทำกำไร หากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้นตลาด
โดยภาพรวม ตลาดน้ำมันยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงถึงขาขึ้นในระยะสั้น แต่ความผันผวนจะเพิ่มขึ้นตามข่าวความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หากสถานการณ์บานปลายจนกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจริง ราคามีโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่หากมีสัญญาณกลับมาเจรจาหรือความตึงเครียดลดลง แรงเก็งกำไรในตลาดน้ำมันก็อาจชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยที่ต้องจับตา: มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อประเทศที่ค้ากับอิหร่าน, ท่าทีตอบโต้ของอิหร่าน, ความเป็นไปได้ในการกลับมาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน และผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
ก่อนเปิดตลาด 24 ส.ค. 2569 ทิศทางน้ำมันดิบยังให้น้ำหนักเชิงบวกจากความเสี่ยงด้านอุปทาน โดย WTI มีแนวต้านสำคัญบริเวณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนท์มีโอกาสทดสอบระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพิ่มขึ้น แต่ควรระวังแรงขายทำกำไรหลังราคาปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา








