ราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 หลังการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งสำคัญในตะวันออกกลาง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 2.10 ดอลลาร์ หรือ 2.55% ปิดที่ 84.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 2.35 ดอลลาร์ หรือ 2.65% ปิดที่ 90.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงหนุนสำคัญมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านไม่มีแผนเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายระยะเวลาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 17 สิงหาคม
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า สหรัฐฯ ได้ละเมิดข้อตกลง MOU ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นประเด็นเกี่ยวกับกรอบเวลา 60 วันจึงไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่มีแผนขยายข้อตกลง MOU พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนน และยังขู่ว่าจะโจมตีโอมาน หากโอมานเข้ามาขัดขวางการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ
สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อตลาดพลังงาน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งและสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในระยะต่อไป








