สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากความกังวลของนักลงทุนว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศระงับการค้าขาย การแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ และธุรกรรมทางการเงินกับอิหร่านจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญความล่าช้าและความไม่แน่นอน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.05% ปิดที่ 85.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ หรือ 0.66% ปิดที่ 91.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์จาก BOK Financial ระบุว่า ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยการตัดสินใจของ UAE ที่ระงับธุรกรรมทางเศรษฐกิจและการเงินทั้งหมดกับอิหร่านยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการขยายวงของความขัดแย้งในภูมิภาค
มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลัง UAE กล่าวหาว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูกมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ทางทะเล ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าไม่มีมูล ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดน้ำมันจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจำนวนเรือที่เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับระดับปกติ ทำให้เกิดความกังวลว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและเพิ่มความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก








