ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม (ตามเวลาสหรัฐ) โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงมากกว่า 146 จุด ท่ามกลางแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และบรรยากาศการลงทุนที่ผันผวนจากความไม่แน่นอนหลายปัจจัย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 52,218.58 จุด ลดลง 6.06 จุด หรือ 0.01% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,498.96 จุด ลดลง 10.24 จุด หรือ 0.14% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,690.90 จุด ลดลง 146.30 จุด หรือ 0.57%
นักลงทุนยังคงจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะ Alphabet ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในระยะสั้น นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
เมื่อพิจารณารายกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 พบว่า หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 1.3% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ลดลง 0.8%
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของวัน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มวัสดุขยับขึ้น 1.45% สะท้อนแรงซื้อในหุ้นที่มีความเป็นสินทรัพย์เชิงป้องกันความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลต่อปัจจัยภายนอกที่ยังคงกดดันตลาดการเงินโลก








