ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 300 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปที่กลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ช่วยลดแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อพิพาทด้านภาษีศุลกากร ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่จะทยอยประกาศในช่วงสัปดาห์นี้
เมื่อปิดการซื้อขาย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 52,224.64 จุด เพิ่มขึ้น 385.38 จุด หรือ 0.74% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,509.20 จุด เพิ่มขึ้น 65.92 จุด หรือ 0.89% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,837.21 จุด เพิ่มขึ้น 329.13 จุด หรือ 1.29%
ปัจจัยสำคัญที่หนุนตลาดมาจากการดีดตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ส่งผลให้ดัชนี PHLX Semiconductor Index พุ่งขึ้นถึง 5.2% นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง
การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากความกังวลเกี่ยวกับระดับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม นักลงทุนกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมชิป ซึ่งช่วยผลักดันตลาดหุ้นสหรัฐให้ปิดบวกได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าระหว่างประเทศ








