ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 22 กรกฎาคม โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มโลหะ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกแข็งแกร่ง โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นมากกว่า 300 จุดในวันก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีแนสแด็กฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป
การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยบดบังปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนจากข้อพิพาทด้านภาษีศุลกากร ขณะที่นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่จะทยอยประกาศออกมา
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.3% แตะระดับ 66,449.27 จุด ขณะที่ดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้เปิดตลาดพุ่งขึ้น 4.5% ท่ามกลางแรงซื้อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
ด้านสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดทั่วโลกจับตา หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่มีความสนใจที่จะเจรจากับอิหร่าน เว้นแต่อิหร่านจะแสดงความพร้อมสำหรับการเจรจาที่มีความหมาย พร้อมเตือนว่า กองทัพสหรัฐฯ อาจโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านที่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาพิกแอกซ์ในเร็ว ๆ นี้
ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า อิหร่านมีความต้องการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างมาก เนื่องจากกำลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในทะเลแดง โดยระบุว่า กลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยังไม่ได้สร้างภัยคุกคามในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า หากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง กองกำลังสหรัฐฯ จะตอบโต้ทันที
ทรัมป์ กล่าวกับสื่อว่า "จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น แต่หากมีเรื่องในลักษณะดังกล่าว เราก็จะเข้าจัดการ"
นอกจากนี้ ทรัมป์ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ แอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร โดยการสนทนาเป็นไปด้วยดี และผู้นำทั้งสองมีแผนพบกันในอนาคตอันใกล้ พร้อมอวยพรให้ เบอร์แนม ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดพบหารือกับ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 22 กรกฎาคม นอกรอบการประชุมอาเซียน
การหารือครั้งนี้คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่มีกำหนดในเดือนกันยายน โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยพบหารือกับ สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งในเดือนพฤษภาคม และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพบกันอีกครั้งในวันที่ 24 กันยายน ที่ทำเนียบขาว
ขณะเดียวกัน เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ในเร็ว ๆ นี้ หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจเดินหน้ามาตรการดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้
เกรียร์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยกรอบเวลาที่แน่ชัดได้ เนื่องจากต้องชี้แจงต่อรัฐสภาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน แต่คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวด้านนโยบายการค้าในเร็ว ๆ นี้
ด้าน เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เจพีมอร์แกน เชส ธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เตือนว่า นักลงทุนอาจประเมินความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกต่ำเกินไป และเขาไม่ต้องการเข้าซื้อหุ้นหรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวในระดับราคาปัจจุบัน
ไดมอน ระบุว่า ตลาดยังไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์การคลังอย่างเพียงพอ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในวันที่ 22 กรกฎาคม ได้แก่ เกาหลีใต้เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิถุนายน, ญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขนำเข้า ส่งออก และดุลการค้าเดือนมิถุนายน, อังกฤษเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน, ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศอัตราดอกเบี้ย และสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ
#หุ้นเอเชีย #ตลาดหุ้นวันนี้ #นิกเกอิ #คอสปี #เศรษฐกิจโลก #ทรัมป์ #อิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #ตลาดหุ้น #ข่าวเศรษฐกิจ #หุ้นเทคโนโลยี #ดาวโจนส์ #Nasdaq








