ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นผู้ผลิตชิปและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความคาดหวังว่างบการเงินไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนจะออกมาแข็งแกร่ง
ดัชนี ดาวโจนส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 155.84 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 53,055.91 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 54.19 จุด หรือ 0.72% ปิดที่ 7,537.43 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบหลัก พุ่งขึ้น 288.49 จุด หรือ 1.12% ปิดที่ 26,121.16 จุด
แรงซื้อสำคัญมาจากหุ้น Broadcom ที่ทะยานขึ้น 3.8% หลังบริษัทประกาศขยายข้อตกลงความร่วมมือกับ Apple ในการพัฒนาและจัดหาชิปแบบสั่งทำพิเศษ (Custom Chips) ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2031 ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และธุรกิจ AI
นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสร้างผลประกอบการโดดเด่นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้
แจ็ค ดอลลาร์ไฮด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ลองโบว์ แอสเซ็ท แมนเนจเมนต์ กล่าวว่า นักลงทุนที่ไม่ได้ถือครองหุ้นเทคโนโลยีหรือหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อาจพลาดโอกาสจากการปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบนี้ เนื่องจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของดัชนี
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดยังมีความเปราะบาง และยังคงมีความเสี่ยง หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งอาจกดดันมูลค่าหุ้นเติบโตและทำให้ความผันผวนของตลาดกลับมาเพิ่มขึ้นได้








