ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเข้าสู่การซื้อขายสัปดาห์ใหม่ภายใต้บรรยากาศที่ค่อนข้าง "เลือกซื้อรายกลุ่ม" (Sector Rotation) หลังการปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการโยกเม็ดเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ไปยังหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นเชิงรับ (Defensive Stocks) ซึ่งช่วยผลักดันดัชนีดาวโจนส์ให้ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดตอบรับคือ รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มชะลอตัว ขณะที่อัตราการว่างงานกลับลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ส่งผลให้ตลาดตีความว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น
แม้ภาพรวมดังกล่าวจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่แรงซื้อกลับกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีรายได้มั่นคง ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 52,900.07 จุด เพิ่มขึ้น 594.83 จุด หรือ 1.14% และสร้างสถิติสูงสุดใหม่
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยหุ้นอย่าง Teradyne, KLA, Nvidia และ Micron ต่างปรับตัวลดลง ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,832.67 จุด ลดลง 207.36 จุด หรือ 0.80% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 7,483.24 จุด
แนวโน้มก่อนเปิดตลาดวันจันทร์
สำหรับการเปิดซื้อขายในวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม คาดว่าตลาดจะยังให้น้ำหนักกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed หากเจ้าหน้าที่ Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม จะเป็นแรงหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นเติบโต
แรงขายในหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ หากยังไม่สิ้นสุด อาจกดดัน Nasdaq ให้ผันผวนต่อ แม้ว่าพื้นฐานระยะยาวของอุตสาหกรรม AI ยังคงแข็งแกร่ง
การหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุน นักลงทุนสถาบันยังมีแนวโน้มโยกเงินเข้าสู่หุ้น Value และหุ้น Defensive เพื่อบริหารความเสี่ยง หลังดัชนีหลายตัวปรับขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา
มุมมองตลาด
ภาพรวมของตลาดยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นขาลง เนื่องจากดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ยังสามารถยืนเหนือระดับสำคัญได้ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของผลตอบแทนระหว่างหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกับหุ้นขนาดใหญ่บ่งชี้ว่า นักลงทุนเริ่มระมัดระวังการลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าสูง หลังราคาปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
หากแรงขายในหุ้นชิปเริ่มชะลอลง มีโอกาสที่ Nasdaq จะฟื้นตัวได้ในสัปดาห์นี้ แต่หากแรงกดดันยังต่อเนื่อง ดัชนีอาจเคลื่อนไหวในลักษณะพักฐาน ขณะที่ Dow Jones มีโอกาสทรงตัวในระดับสูงจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มการเงิน สาธารณูปโภค และสินค้าอุปโภคบริโภค
สรุปมุมมองการลงทุน
ก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ นักลงทุนควรจับตาการเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เป็นพิเศษ เนื่องจากยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทาง Nasdaq ส่วนภาพรวมของตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากการคาดการณ์ว่า Fed จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ยังมีโอกาสเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ตลาดโดยรวมจะยังเผชิญความผันผวนจากการสลับกลุ่มลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก








