ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงแรง โดยเฉพาะ Nasdaq ดิ่งกว่า 4% หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯเดือนพ.ค.ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด หนุนความกังวลว่าเฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ยหรือกลับมาใช้นโยบายเข้มงวด ส่งผลกดดันหุ้นเทคโนโลยีและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกก่อนเปิดตลาดสัปดาห์ใหม่
ภาพรวมตลาดล่าสุด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบหนักในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) โดยแรงขายกระจายตัวในหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลัก หลังข้อมูลแรงงานสหรัฐฯออกมา “แข็งแกร่งเกินคาด” ทำให้ตลาดตีความว่าเงินเฟ้อและค่าจ้างอาจยังอยู่ในระดับสูง และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาดไว้
Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 50,866.78 จุด ลดลง 695.15 จุด (-1.35%)
S&P 500 ปิดที่ 7,383.74 จุด ลดลง 200.57 จุด (-2.64%)
NASDAQ Composite ปิดที่ 25,709.43 จุด ลดลง 1,121.53 จุด (-4.18%)
โดยเฉพาะ Nasdaq ที่ร่วงแรงที่สุดในรอบหลายเดือน สะท้อนแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ที่เผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยสูง
ปัจจัยกดดันตลาดก่อนเปิดสัปดาห์ใหม่
1. ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ “แรงเกินคาด”
แม้ข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่งจะสะท้อนเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี แต่ในมุมตลาดการเงินกลับถูกมองเป็น “ดาบสองคม” เพราะอาจทำให้เฟดยังไม่รีบผ่อนคลายนโยบายการเงิน
2. ความคาดหวังดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศ
นักลงทุนเริ่มลดความหวังการลดดอกเบี้ยในระยะสั้น และเริ่มประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดอาจ “คงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น” ซึ่งกดดัน Valuation หุ้นเติบโตสูง
3. แรงขายหุ้นเทคโนโลยี
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายหนักที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูง โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูง (Mega Cap Tech)
มุมมองแนวโน้มก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ (8 มิ.ย. 2569)
แนวโน้มระยะสั้น
ตลาดมีโอกาส “ผันผวนสูง” ต่อเนื่อง
นักลงทุนอาจยังอยู่ในโหมด “Risk-Off”
การรีบาวด์มีได้ แต่จำกัด โดยขึ้นอยู่กับบรรยากาศพันธบัตรและดอลลาร์
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield)
ถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟดในสัปดาห์นี้
แรงซื้อกลับในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่
ภาพรวมกลยุทธ์ตลาด
ตลาดยังอยู่ในช่วง “ปรับฐานจากความคาดหวังดอกเบี้ย” มากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มเศรษฐกิจขาลง ทำให้แรงเหวี่ยงทั้งขึ้นและลงยังเกิดได้ต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯกำลังเข้าสู่ช่วงปรับสมดุลใหม่ หลังข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่งกลับสร้างแรงกดดันต่อมุมมองนโยบายการเงินของเฟด ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีถูกขายแรงและกดดันดัชนีหลักทั่วตลาด โดยแนวโน้มระยะสั้นยังต้องระวังความผันผวนสูงก่อนเปิดตลาดสัปดาห์ใหม่








