วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ล่าสุดมีผู้ได้สิทธิประมาณ 26 ล้านสิทธิ จากทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ โดยยังมีสิทธิเหลืออยู่ประมาณ 4 ล้านสิทธิ ซึ่งวันที่ 29 พ.ค.2569 เวลา 22.00 น. เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียน ซึ่งยืนยันจะไม่มีการขยายเวลาลงทะเบียนเพิ่มแน่นอน เพราะถือว่าการลงทะเบียนครั้งนี้ประสบความสำเร็จแล้ว เนื่องจากโครงการนี้ออกมาเพื่อบรรเทาปัญหาปากท้อง และพยุงผู้ประกอบการรายย่อย จึงมีการเตรียมสิทธิไว้มากเป็นพิเศษ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะได้เข้าถึงการช่วยเหลือ
สำหรับจำนวนสิทธิที่เหลือภายหลังจากการปิดลงทะเบียนแล้วนั้น อาจมีการพิจารณานำเงินส่วนนี้ไปใช้ในโครงการอื่น ๆ เพราะโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นแค่โครงการหนึ่ง ซึ่งยังมีอีกหลายโครงการที่รัฐบาลจะทยอยออกมาช่วยเหลือ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือชดเชยค่าพลังงานให้กับผู้ประกอบการขนส่งขนาดเล็กของกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะหมดอายุลงในเดือน พ.ค. นี้ ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีโครงการออกมาช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างไร คาดว่าจะเข้าคณะกรรมการกลั่นกลองการใช้เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีการประชุมเร็ว ๆ นี้
“การลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ถือว่าบรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามที่คาดไว้ ซึ่งการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนี้ มีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อใช้ในการบรรเทาและเปลี่ยนผ่าน ซึ่งมีอีกหลายโครงการกำลังรอดำเนินการด้วย” นายวินิจ กล่าว
อย่างไรก็ดี ในส่วนของการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ระหว่างการพิจารณาเกณฑ์ใหม่ให้รัฐบาลเห็นชอบ อย่างไรก็ตามวันที่ 1 มิ.ย. นี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 13.2 ล้านคน ยังคงได้เงินเพิ่มอีก 700 บาท จากเดิม 300 รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งในช่วง 2 เดือนแรก (มิ.ย.-ก.ค.) โดยขอยืนยันว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมไม่ต้องมีความกังวลเนื่องจากยังไม่เกี่ยวกับการลงทะเบียนใหม่








